อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน ที่ยิ่งใหญ่

การแห่เทียนเข้าพรรษาเรียกได้ว่าเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างช้านานสำหรับชาวพุทธ งานการแห่เทียนเข้าพรรษา โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นก่อนที่จะกลายมาเป็นประเพณีแห่เทียน เริ่มมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่นับถือวัวเพราะว่าเป็นพาหนะของพระอิศวร และผู้คนที่นับถือศาสนาพราหมณ์ ฮินดูนั้นจะไม่ทานเนื้อวัวเด็ดขาดเพราะขัดกับหลักศาสนามราตนเองนั้นนับถือ ดังนั้นเมื่อวัวที่เป็นพาหนะของพระอิศวรได้ตายลง พวกเขาจะนำไขของวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อใช้จุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเองนับถือ แต่ในศาสนาพุทธใช้ไขพวกนี้มาทำเป็นเทียนไข เพื่อใช้ประกอบพีธีกรรมทางพระพุทธศาสนาด้วย นอกเหนือไขมันสัตว์ที่ใช้แล้ว ก็ยังมีการนำรวงผึ้งมาทำเป็นเทียนไขด้วยเช่นกัน โดยใช้ความร้อนด้วยวิธีการหุงต้ม เทียนพรรษานั้นเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีด้วยการนำเทียนไปถวายพระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งจะตรงกับวันแรม1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี การถวายเทียนนั้นมีความเชื่อว่าจะทำให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ และให้พบแสงสว่างในอนาคต ประดุจดั่งแสงสว่างของดวงเทียน ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษานั้นเป็นประเพณีที่ทำกันมาอย่างช้านาน แต่ละที่จะแตกต่างกันออกไป แต่ที่ อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน นั้นจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นงานประจำจังหวัดในทุกๆปี มีการจัดประกวดงานแกะสลักเทียนพรรษา จนได้รับความนิยมในระดับประเทศนั่นเอง

 

“วิจิตรศิลป์งมงามตา วันเข้าพรรษางานบุญแห่เทียน”

เทียนพรรษานั้นจะเป็นเทียนขนาดใหญ่และทำขึ้นเพื่อไว้สำหรับจุดในศาลาการเปรียญ หรือในพระอุโบสถ        

เทียนพรรษา 

โดยเหตุผลที่ว่าเทียนพรรษาจะต้องมีขนาดใหญ่นั้น เนื่องมาจากในสมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงจำเป็นต้องใช้เทียนในการให้แสงสว่างสำหรับพระภิกษุสงฆ์ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตั้งแต่วันเข้าพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 8 จนถึงวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตลอดระยะเวลา 3 เดือน การทำเทียนพรรษในสมัยก่อนนั้น เริ่มมากจากการนำรังผึ้งร้างมาต้ม แล้วจะได้ขี้ผึ้งที่ต้มได้แล้วไปฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็กๆหลายๆเล่ม โดยชาวบ้านจะร่วมกันบริจาคขี้ผึ้งหรือ เทียนที่ปั้นแล้วมามัดรวมต้นเดียวโดยใช้ไม่ไผ่เป็นแกนกลางกลายเป็นต้นเทียนต้นใหญ่ 1 ต้น เพื่อแสดงความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชุมชน แล้วใช้กระดาษเงิน กระดาษทองมาตัดแปะตกแต่งเป็นลวดลายต่างๆ ก่อนการนำมายึดติดกับฐานตั้งเทียน แล้วจึงนำไปถวายวัด ต่อมาเริ่มมีการคิดค้นทำต้นเทียนเป็นแบบต้นเดี่ยว โดยการใช้ลำไม้ไผ่ทะลุปล้องขนาดใหญ่หล่อ เป็นแม่พิมในการหล่อต้นเทียน เมื่อหล่อเทียนเป็นต้นเสร็จแล้วจึงนำมาติดที่ฐาน และจัดขบวนแห่เทียนไปถวายพระที่วัดเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาของทุกปีสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

แต่วิวัฒนาการของการหล่อเทียนนั้นยังคงเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย เริ่มมีการแกะสลักลวดลายต่างที่วิจิตรศิลป์ งดงาม มีการปั้นเป็นรูปคนหรือสัตว์ตามวรรณคดี เป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ
ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของพุทธประวัติในพระพุทธศาสนาและยังมีการจัดการประกวดขบวนแห่เทียนประจำปี

อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน

เป็นประเพณีที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุบลราชธานี ในแต่ละปีจะมีการจัดริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่ ทั้งการร้อง การฟ้อนรำของหนุ่มสาวที่สวยงามประกอบขบวน ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้หลั่งไหลกันมาที่นี่ทุกๆปี และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำจังหวัดอุบลราชธานีด้วย 

วิจิตรงดงามเทียนพรรษา

ทั้งนี้พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานยังสามารถร่วมทำบุญในงานเข้าพรรษาได้เช่นกัน มีการใช้เครื่องดนตรีประจำถิ่น เช่น โหวด แคน โปงลาง ผสมกับการร้องเพลงทำนองอีสานที่สนุกสนาน เร้าใจ และใช้การฟ้อนรำที่นำมาปรับใช้จากชีวิตประจำ เช่น การเซิ้งแหย่ไข่มดแดง การรำสวิง ทำให้ประเพณีนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นทุกๆปี งานแห่เทียนเป็นการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ หนุ่มสาวจะมาร่วมฟ้อนรำในขบวนและได้ใกล้ชิดสนิทสนมกันสร้างความกลมเกลียวให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ช่างแกะสลักเทียนจะมีการคิดค้นนวัฒกรรมใหม่ๆขึ้นมาทุกปี ในการตกแต่งต้นเทียนให้มีความวิจิตรศิลป์งดงามมากยิ่งขึ้น  

อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน             

ประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัด อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน นั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2520 จากการส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องงานประเพณีแห่เทียนของจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่อง แต่ละอำเภอจะส่งขบวนเข้ามาร่วมประกวดในงาน โดยทุกๆปีจะมีไม่ต่ำกว่า 60 ขบวน ใช้เวลาในการแห่เทียนนานหลายชั่วโมงกันเลยทีเดียว

อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน

นักท่องเที่ยวสามารถรับชมได้อย่างเต็มอิ่ม โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงตอนบ่าย และจะมีการจัดกิจกรรมอื่นร่วมด้วย เช่นการขายอาหารพื้นเมือง ของที่นะลึกต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นงานประจำปีของจังหวัดไปแล้วโดยการประดับตกแต่งต้นเทียนนี้ใช้เวลาในการเตรียมตัวนานร่วมเดือนกันเลยทีเดียว ที่จริงแล้วนั้นงานแห่เทียนของจังหวัดนั้นมีมาหลายร้อยปีแล้ว แต่เพิ่งได้รับความสนใจมากหลังจากที่ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเรียนรู้วิถีชีวิต เรื่องราวของการ แกะสลักเทียน ตีพิมพ์เทียน ก่อนที่จะกลายมาเป็นต้นเทียนขนาดใหญ่ที่วิจิตรศิลป์งดงามนั้นเริ่มมาจากอะไร ประเทศไทยยังเป็นแห่งเดียวของโลกที่ใช้เทียนในการสร้างประติมากรรม อันงดงามนี้ เป็นการแสดงศักยภาพของคนในชุมชนให้โลกได้รับรู้ถึงความสามารถ ความงดงามและขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาอย่างช้านาน หากรู้เช่นนี้แล้วเราชาวไทยควรหวงแหนวัฒนธรรมอีสานที่ควรค่าให้อยู่คู่กับคนไทยไปตราบนานเท่านาน 

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

Tags: กรกฏาคม, ขบวนแห่, งดงาม, งานบุญ, งานประจำปี, งามตา, ชาวพุทธ, ท่องเที่ยว, ทำบุญ, ทุ่งศรีเมือง, ปราณีต, พุทธศาสนา, วิจิตรศิลป์, ศาสนา, สนุกสนาน, สวยสดงดงาม, สิริมงคล, อีสาน, อีสานใต้, อุบล, อุบลราชธานี, ฮินดู, เข้าพรรษา, เทียนพรรษา, เพลินตา, แห่เทียน

อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน ที่ยิ่งใหญ่

การแห่เทียนเข้าพรรษาเรียกได้ว่าเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างช้านานสำหรับชาวพุทธ งานการแห่เทียนเข้าพรรษา โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นก่อนที่จะกลายมาเป็นประเพณีแห่เทียน เริ่มมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่นับถือวัวเพราะว่าเป็นพาหนะของพระอิศวร และผู้คนที่นับถือศาสนาพราหมณ์ ฮินดูนั้นจะไม่ทานเนื้อวัวเด็ดขาดเพราะขัดกับหลักศาสนามราตนเองนั้นนับถือ ดังนั้นเมื่อวัวที่เป็นพาหนะของพระอิศวรได้ตายลง พวกเขาจะนำไขของวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อใช้จุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเองนับถือ แต่ในศาสนาพุทธใช้ไขพวกนี้มาทำเป็นเทียนไข เพื่อใช้ประกอบพีธีกรรมทางพระพุทธศาสนาด้วย นอกเหนือไขมันสัตว์ที่ใช้แล้ว ก็ยังมีการนำรวงผึ้งมาทำเป็นเทียนไขด้วยเช่นกัน โดยใช้ความร้อนด้วยวิธีการหุงต้ม เทียนพรรษานั้นเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีด้วยการนำเทียนไปถวายพระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งจะตรงกับวันแรม1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี การถวายเทียนนั้นมีความเชื่อว่าจะทำให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ และให้พบแสงสว่างในอนาคต ประดุจดั่งแสงสว่างของดวงเทียน ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษานั้นเป็นประเพณีที่ทำกันมาอย่างช้านาน แต่ละที่จะแตกต่างกันออกไป แต่ที่ อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน นั้นจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นงานประจำจังหวัดในทุกๆปี มีการจัดประกวดงานแกะสลักเทียนพรรษา จนได้รับความนิยมในระดับประเทศนั่นเอง

 

“วิจิตรศิลป์งมงามตา วันเข้าพรรษางานบุญแห่เทียน”

เทียนพรรษานั้นจะเป็นเทียนขนาดใหญ่และทำขึ้นเพื่อไว้สำหรับจุดในศาลาการเปรียญ หรือในพระอุโบสถ        

เทียนพรรษา 

โดยเหตุผลที่ว่าเทียนพรรษาจะต้องมีขนาดใหญ่นั้น เนื่องมาจากในสมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงจำเป็นต้องใช้เทียนในการให้แสงสว่างสำหรับพระภิกษุสงฆ์ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตั้งแต่วันเข้าพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 8 จนถึงวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตลอดระยะเวลา 3 เดือน การทำเทียนพรรษในสมัยก่อนนั้น เริ่มมากจากการนำรังผึ้งร้างมาต้ม แล้วจะได้ขี้ผึ้งที่ต้มได้แล้วไปฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็กๆหลายๆเล่ม โดยชาวบ้านจะร่วมกันบริจาคขี้ผึ้งหรือ เทียนที่ปั้นแล้วมามัดรวมต้นเดียวโดยใช้ไม่ไผ่เป็นแกนกลางกลายเป็นต้นเทียนต้นใหญ่ 1 ต้น เพื่อแสดงความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชุมชน แล้วใช้กระดาษเงิน กระดาษทองมาตัดแปะตกแต่งเป็นลวดลายต่างๆ ก่อนการนำมายึดติดกับฐานตั้งเทียน แล้วจึงนำไปถวายวัด ต่อมาเริ่มมีการคิดค้นทำต้นเทียนเป็นแบบต้นเดี่ยว โดยการใช้ลำไม้ไผ่ทะลุปล้องขนาดใหญ่หล่อ เป็นแม่พิมในการหล่อต้นเทียน เมื่อหล่อเทียนเป็นต้นเสร็จแล้วจึงนำมาติดที่ฐาน และจัดขบวนแห่เทียนไปถวายพระที่วัดเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาของทุกปีสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

แต่วิวัฒนาการของการหล่อเทียนนั้นยังคงเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย เริ่มมีการแกะสลักลวดลายต่างที่วิจิตรศิลป์ งดงาม มีการปั้นเป็นรูปคนหรือสัตว์ตามวรรณคดี เป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ
ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของพุทธประวัติในพระพุทธศาสนาและยังมีการจัดการประกวดขบวนแห่เทียนประจำปี

อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน

เป็นประเพณีที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุบลราชธานี ในแต่ละปีจะมีการจัดริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่ ทั้งการร้อง การฟ้อนรำของหนุ่มสาวที่สวยงามประกอบขบวน ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้หลั่งไหลกันมาที่นี่ทุกๆปี และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำจังหวัดอุบลราชธานีด้วย 

วิจิตรงดงามเทียนพรรษา

ทั้งนี้พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานยังสามารถร่วมทำบุญในงานเข้าพรรษาได้เช่นกัน มีการใช้เครื่องดนตรีประจำถิ่น เช่น โหวด แคน โปงลาง ผสมกับการร้องเพลงทำนองอีสานที่สนุกสนาน เร้าใจ และใช้การฟ้อนรำที่นำมาปรับใช้จากชีวิตประจำ เช่น การเซิ้งแหย่ไข่มดแดง การรำสวิง ทำให้ประเพณีนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นทุกๆปี งานแห่เทียนเป็นการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ หนุ่มสาวจะมาร่วมฟ้อนรำในขบวนและได้ใกล้ชิดสนิทสนมกันสร้างความกลมเกลียวให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ช่างแกะสลักเทียนจะมีการคิดค้นนวัฒกรรมใหม่ๆขึ้นมาทุกปี ในการตกแต่งต้นเทียนให้มีความวิจิตรศิลป์งดงามมากยิ่งขึ้น  

อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน             

ประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัด อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน นั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2520 จากการส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องงานประเพณีแห่เทียนของจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่อง แต่ละอำเภอจะส่งขบวนเข้ามาร่วมประกวดในงาน โดยทุกๆปีจะมีไม่ต่ำกว่า 60 ขบวน ใช้เวลาในการแห่เทียนนานหลายชั่วโมงกันเลยทีเดียว

อุบลราชธานี ประเพณีแห่เทียน

นักท่องเที่ยวสามารถรับชมได้อย่างเต็มอิ่ม โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงตอนบ่าย และจะมีการจัดกิจกรรมอื่นร่วมด้วย เช่นการขายอาหารพื้นเมือง ของที่นะลึกต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นงานประจำปีของจังหวัดไปแล้วโดยการประดับตกแต่งต้นเทียนนี้ใช้เวลาในการเตรียมตัวนานร่วมเดือนกันเลยทีเดียว ที่จริงแล้วนั้นงานแห่เทียนของจังหวัดนั้นมีมาหลายร้อยปีแล้ว แต่เพิ่งได้รับความสนใจมากหลังจากที่ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเรียนรู้วิถีชีวิต เรื่องราวของการ แกะสลักเทียน ตีพิมพ์เทียน ก่อนที่จะกลายมาเป็นต้นเทียนขนาดใหญ่ที่วิจิตรศิลป์งดงามนั้นเริ่มมาจากอะไร ประเทศไทยยังเป็นแห่งเดียวของโลกที่ใช้เทียนในการสร้างประติมากรรม อันงดงามนี้ เป็นการแสดงศักยภาพของคนในชุมชนให้โลกได้รับรู้ถึงความสามารถ ความงดงามและขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาอย่างช้านาน หากรู้เช่นนี้แล้วเราชาวไทยควรหวงแหนวัฒนธรรมอีสานที่ควรค่าให้อยู่คู่กับคนไทยไปตราบนานเท่านาน 

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: กรกฏาคม, ขบวนแห่, งดงาม, งานบุญ, งานประจำปี, งามตา, ชาวพุทธ, ท่องเที่ยว, ทำบุญ, ทุ่งศรีเมือง, ปราณีต, พุทธศาสนา, วิจิตรศิลป์, ศาสนา, สนุกสนาน, สวยสดงดงาม, สิริมงคล, อีสาน, อีสานใต้, อุบล, อุบลราชธานี, ฮินดู, เข้าพรรษา, เทียนพรรษา, เพลินตา, แห่เทียน