แมงจีนูน เพิ่มพูนโปรตีน คนอีสาน

ฤดูแล้งในแถบภาคอีสานนั้นถือว่าเป็นภุมิภาคที่อากาศนั้นอาจจะร้อนมากที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ว่าดินแดนอีสานนั้นจะแห้งแล้งเพียงใดผู้คนในดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้ก็ยังสามารถปรับตัว และปรับเปลี่ยนอาหารการกินตามฤดูกาลไปเรื่อยๆด้วยเช่นกัน การปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาตินั้นถือเป็นการเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่งของมนุษย์ สำหรับคนอีสานแล้วนั้นต้องบอกว่ามันอาจจะอยู่ในสายเลือดที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นั้นอาจไม่จำเป็นจะต้องเขียวขจีเสมอไป เพราะว่าผืนดินที่แห้งผากนั้นก็มีพืชและสัตว์บางชนิดสามารถปรับตัวและเจริญเติบโตได้ในฤดูนี้ เช่นเดียวกับแมงจีนูนแดง ที่ชาวบ้านในแถบภาคอีสานนิยมนำมาประกอบอาหารกัน แมงจีนูน เพิ่มพูนโปรตีน คนอีสาน แมลงชนิดนี้อาศัยอยู่ตามธรรมชาติและมีมากในช่วงฤดูร้อน ชอบกินยอดใบไม้อ่อน ในช่วงที่ใบไม้เริ่มผลิใบใหม่หรือช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดู  แมงจีนูนนั้นจะออกหาอาหารกินในเวลากลางคืนและจะอาศัยหลบอยู่ใต้ผืนดินในเวลากลางวันด้วยการขุดรูอยู่ใต้ผืนดิน การหาแมงจีนูนนั้นสามารถทำได้ทั้งสองช่วงเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วแต่เวลาที่สะดวกเลย โดยกลางวันหาได้โดยการขุดหาตามรูใต้พื้นดิน โดยแมงจีนูนนั้นจะขุดรูอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ที่ออกหากินนั่นเอง ต้นไม้ที่สามารถพบแมงจีนูนนั้นก้มีหลากหลายชนิด เช่น ต้นสะเดา ต้นคูณ ต้นมะขาม ต้นยอป่า ต้นลำดวน เป็นต้น โดยหนึ่งรูที่อาศัยอยู่นั้นอาจจะพบมากถึง 50 ตัวในรูเดียวเลยทีเดียว 

” แมงจีนูน เพิ่มพูนโปรตีน คนอีสาน”

แมงจีนูนเป็นแมลงที่ชอบอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก อาจพบได้เป็นหลายร้อยตัวในต้นไม้หนึ่งต้น โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะสามารถพบได้ตาม ต้นกระถิน ต้นยอป่า ต้นลำดวน ต้นสะเดา เป็นต้น การจับแมลงชนิดนี้สามารถทำได้ทั้งในตอนกลางวันและกลางคืน ในตอนกลางวันสามารถหาได้ด้วยการขุดตามรูแหล่งที่อยู่อาศัย เนื่องจากเป็นแมลงที่อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นภายในหนึ่งรูสามารถพบได้เป็นร้อยๆตัวเลยทีเดียว ส่วนในตอนกลางคืนนั้นการหาแมลงชนิดนี้จะแตกต่างออกไป เพราะจะใช้การส่องไฟหาตามต้นไม้ที่แมลงชนิดนี้ชอบไปเกาะกินใบ

และอาศัยไม้ผูกกับขวดพลาสติกตัดก้นออกแล้วใช้ถุงพลาสติกรองก้นถุงอีกหนึ่งชั้นสำหรับรองรับแมลง ที่จะตกลงมา  การจับแมงจีนูนนั้นเริ่มปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามแบบอย่างที่พ่อแม่เคยประพฤติปฏิบัติ สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แมงจีนูน  กีนูน หรืออีนูน มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปได้ในแต่ละท้องถิ่น ในช่วงหน้าร้อนเดือนมีนาคมถึงเมษายนสำหรับคนอีสานที่หากินตามธรรมชาติ ถือเป็นวินาทีทองเลยก็ว่าได้ บางคนถึงกับอาศัยช่วงนี้ในการหารายได้จากการจับแมงจีนูนไปขาย ราคาค่อนข้างสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาทเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับราคาเนื้อหมูแล้วถือว่าห่างกันข่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง ทั้งยังมีแค่ในช่วงฤดูหนึ่งชองปีเท่านั้น ดังนั้นการทานแมลงชนิดนี้จึงได้รับความนิยม ทำให้ราคาสูงขึ้นตามไปด้วย

อาหารที่คนอีสานนิยมนำแมงจีนูนมาทำกินกันก็คือ การทอดกรอบแล้วโรยเกลือหรือผงปรุงรส ก็แซบแล้ว หรือจะนำไปตำน้ำพริก ทานคู่กับผักพื้นบ้านต่างๆ รสชาติก็อร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว รสชาติกรอบๆ มันๆ เคี้ยวเพลิน หรืออาจจะกินเป็นกับแกล้มก็ได้ ( แอดแนะนำให้แกะปีกก่อนก็ดีครับเพราะว่าเคี้ยวง่ายขึ้นเยอะเลย) รสชาติอาจจะขึ้นอยู่กับต้นไม้ที่แมงจีนูนอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน เช่นต้นสะเดาอาจจะติดรสขมจากใบสะเดามาด้วย  แต่ก็ถือว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา ดังที่โบราณกล่าวไว้ก็แล้วกันครับ 

การอาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาตินั้นสะท้อนวิถีชีวิตของคนในแถบอีสานได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะสถานการณ์แบบไหนฤดูไหนอาหารการกินของคนอีสานก็ไม่เคยลดน้อยถอยลงไปเลย เพียงแค่เราเรียนรู้และอยู่กับธรรมชาติอย่างถูกวิธี ธรรมชาติก็จะให้ผลตอบแทนเราเอง นอกจากนี้ยังเป็นการกำจัดศัตรูของพืชผลทางการเกษตรได้ในทางอ้อม อีกทั้งสามารถลดรายจ่ายได้ในครัวเรือน แถมยังมีโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย นับว่าได้ประโยชน์แทบทุกทาง เห็นไหมหละครับว่าความสุขของคนอีสานนั้นหาได้ไม่ยากเลย เพียงแค่เปลี่ยนนิดปรับหน่อยเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่นั่นเอง

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

Tags: ของกินพื้นบ้าน, ของดีหายาก, ของแซบ, ของแปลกแดนอีสาน, ธรรมชาติ, ธรรมชาติบ้านเรา, ประโยชน์มากมาย, วิถีชิวิต, อร่อยชัวร์, อาหารการกิน, อาหารตามธรรมชาติ, อาหารบ้านเฮา, อาหารพื้นบ้าน, อาหารหายาก, อาหารอีสาน, อิสาน, อีสาน, แซบหลาย, แมงจีนูน, แมลง, แมลงกินได้, โปรตีน, โปรตีนชั้นเลิศ, โปรตีนธรรมชาติ, ได้ประโยชน์

แมงจีนูน เพิ่มพูนโปรตีน คนอีสาน

ฤดูแล้งในแถบภาคอีสานนั้นถือว่าเป็นภุมิภาคที่อากาศนั้นอาจจะร้อนมากที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ว่าดินแดนอีสานนั้นจะแห้งแล้งเพียงใดผู้คนในดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้ก็ยังสามารถปรับตัว และปรับเปลี่ยนอาหารการกินตามฤดูกาลไปเรื่อยๆด้วยเช่นกัน การปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาตินั้นถือเป็นการเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่งของมนุษย์ สำหรับคนอีสานแล้วนั้นต้องบอกว่ามันอาจจะอยู่ในสายเลือดที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นั้นอาจไม่จำเป็นจะต้องเขียวขจีเสมอไป เพราะว่าผืนดินที่แห้งผากนั้นก็มีพืชและสัตว์บางชนิดสามารถปรับตัวและเจริญเติบโตได้ในฤดูนี้ เช่นเดียวกับแมงจีนูนแดง ที่ชาวบ้านในแถบภาคอีสานนิยมนำมาประกอบอาหารกัน แมงจีนูน เพิ่มพูนโปรตีน คนอีสาน แมลงชนิดนี้อาศัยอยู่ตามธรรมชาติและมีมากในช่วงฤดูร้อน ชอบกินยอดใบไม้อ่อน ในช่วงที่ใบไม้เริ่มผลิใบใหม่หรือช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดู  แมงจีนูนนั้นจะออกหาอาหารกินในเวลากลางคืนและจะอาศัยหลบอยู่ใต้ผืนดินในเวลากลางวันด้วยการขุดรูอยู่ใต้ผืนดิน การหาแมงจีนูนนั้นสามารถทำได้ทั้งสองช่วงเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วแต่เวลาที่สะดวกเลย โดยกลางวันหาได้โดยการขุดหาตามรูใต้พื้นดิน โดยแมงจีนูนนั้นจะขุดรูอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ที่ออกหากินนั่นเอง ต้นไม้ที่สามารถพบแมงจีนูนนั้นก้มีหลากหลายชนิด เช่น ต้นสะเดา ต้นคูณ ต้นมะขาม ต้นยอป่า ต้นลำดวน เป็นต้น โดยหนึ่งรูที่อาศัยอยู่นั้นอาจจะพบมากถึง 50 ตัวในรูเดียวเลยทีเดียว 

” แมงจีนูน เพิ่มพูนโปรตีน คนอีสาน”

แมงจีนูนเป็นแมลงที่ชอบอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก อาจพบได้เป็นหลายร้อยตัวในต้นไม้หนึ่งต้น โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะสามารถพบได้ตาม ต้นกระถิน ต้นยอป่า ต้นลำดวน ต้นสะเดา เป็นต้น การจับแมลงชนิดนี้สามารถทำได้ทั้งในตอนกลางวันและกลางคืน ในตอนกลางวันสามารถหาได้ด้วยการขุดตามรูแหล่งที่อยู่อาศัย เนื่องจากเป็นแมลงที่อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นภายในหนึ่งรูสามารถพบได้เป็นร้อยๆตัวเลยทีเดียว ส่วนในตอนกลางคืนนั้นการหาแมลงชนิดนี้จะแตกต่างออกไป เพราะจะใช้การส่องไฟหาตามต้นไม้ที่แมลงชนิดนี้ชอบไปเกาะกินใบ

และอาศัยไม้ผูกกับขวดพลาสติกตัดก้นออกแล้วใช้ถุงพลาสติกรองก้นถุงอีกหนึ่งชั้นสำหรับรองรับแมลง ที่จะตกลงมา  การจับแมงจีนูนนั้นเริ่มปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามแบบอย่างที่พ่อแม่เคยประพฤติปฏิบัติ สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แมงจีนูน  กีนูน หรืออีนูน มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปได้ในแต่ละท้องถิ่น ในช่วงหน้าร้อนเดือนมีนาคมถึงเมษายนสำหรับคนอีสานที่หากินตามธรรมชาติ ถือเป็นวินาทีทองเลยก็ว่าได้ บางคนถึงกับอาศัยช่วงนี้ในการหารายได้จากการจับแมงจีนูนไปขาย ราคาค่อนข้างสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาทเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับราคาเนื้อหมูแล้วถือว่าห่างกันข่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง ทั้งยังมีแค่ในช่วงฤดูหนึ่งชองปีเท่านั้น ดังนั้นการทานแมลงชนิดนี้จึงได้รับความนิยม ทำให้ราคาสูงขึ้นตามไปด้วย

อาหารที่คนอีสานนิยมนำแมงจีนูนมาทำกินกันก็คือ การทอดกรอบแล้วโรยเกลือหรือผงปรุงรส ก็แซบแล้ว หรือจะนำไปตำน้ำพริก ทานคู่กับผักพื้นบ้านต่างๆ รสชาติก็อร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว รสชาติกรอบๆ มันๆ เคี้ยวเพลิน หรืออาจจะกินเป็นกับแกล้มก็ได้ ( แอดแนะนำให้แกะปีกก่อนก็ดีครับเพราะว่าเคี้ยวง่ายขึ้นเยอะเลย) รสชาติอาจจะขึ้นอยู่กับต้นไม้ที่แมงจีนูนอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน เช่นต้นสะเดาอาจจะติดรสขมจากใบสะเดามาด้วย  แต่ก็ถือว่าหวานเป็นลมขมเป็นยา ดังที่โบราณกล่าวไว้ก็แล้วกันครับ 

การอาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาตินั้นสะท้อนวิถีชีวิตของคนในแถบอีสานได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะสถานการณ์แบบไหนฤดูไหนอาหารการกินของคนอีสานก็ไม่เคยลดน้อยถอยลงไปเลย เพียงแค่เราเรียนรู้และอยู่กับธรรมชาติอย่างถูกวิธี ธรรมชาติก็จะให้ผลตอบแทนเราเอง นอกจากนี้ยังเป็นการกำจัดศัตรูของพืชผลทางการเกษตรได้ในทางอ้อม อีกทั้งสามารถลดรายจ่ายได้ในครัวเรือน แถมยังมีโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย นับว่าได้ประโยชน์แทบทุกทาง เห็นไหมหละครับว่าความสุขของคนอีสานนั้นหาได้ไม่ยากเลย เพียงแค่เปลี่ยนนิดปรับหน่อยเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่นั่นเอง

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: ของกินพื้นบ้าน, ของดีหายาก, ของแซบ, ของแปลกแดนอีสาน, ธรรมชาติ, ธรรมชาติบ้านเรา, ประโยชน์มากมาย, วิถีชิวิต, อร่อยชัวร์, อาหารการกิน, อาหารตามธรรมชาติ, อาหารบ้านเฮา, อาหารพื้นบ้าน, อาหารหายาก, อาหารอีสาน, อิสาน, อีสาน, แซบหลาย, แมงจีนูน, แมลง, แมลงกินได้, โปรตีน, โปรตีนชั้นเลิศ, โปรตีนธรรมชาติ, ได้ประโยชน์