เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เผือกเป็นพืชเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นที่สำคัญคนไทยนิยมบริโภคเผือกเพราะมีกลิ่นหอมและรสชาติดี เป็นพืชจำพวกแป้งที่มีการเพาะปลูกมาเป็นเวลาหลายพันปีและมีการบริโภคอย่างแพร่หลาย ในหลายประเทศทั่วโลก เผือกเป็นพืชที่มีความสำคัญเนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารสูง ปลูกง่าย และทำอาหารได้หลากหลายเมนู ในบทความนี้ อีสานเดลี่จะพาเกษตรกรไปสำรวจทุกแง่มุมต่างๆ ของ เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี การใช้ประโยชน์ในการทำอาหาร และประโยชน์ทางโภชนาการของเผือกกัน เผือกเป็นพืชเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนที่เติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและอบอุ่น มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และปลูกกันอย่างแพร่หลายในส่วนอื่นๆ ของโลก รวมถึงแอฟริกา แคริบเบียน และหมู่เกาะแปซิฟิกเผือกเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถเติบโตได้สูงถึงหกฟุตและมีหัวกลมมีตั้งแต่ขนาดเล็กกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ที่เติบโตใต้ดิน หัวเผือกขึ้นอยู่กับขนาดของสายพันธุ์ด้วย เนื้อของหัวอาจเป็นสีขาว สีครีม หรือสีม่วง และผิวด้านนอกอาจเป็นสีแดง ดำ หรือน้ำตาลแล้วแต่สายพันธุ์ เผือกเป็นพืชหัวที่มีต้นคล้ายบอนมีความต้องการน้ำหรือความชื้นในการเจริญเติบโตค่อนข้างสูง เผือกจึงชอบดินอุดมสมบูรณ์ และสามารถอุ้มน้ำไว้ได้มาก สามารถปลูกได้ทั่วทุกภาค ในแหล่งที่มีน้ำชลประทานดีจะสามารถปลูกเผือกได้ตลอดปี ส่วนในแหล่งที่มีน้ำจำกัดควรปลูกเผือกในช่วงฤดูฝนเท่านั้น เผือกปลูกได้ทั้งในที่ลุ่มและดอน สภาพไร่ที่ราบสูง ไหล่เขาและปลูกได้ในดินหลายชนิด ยกเว้นดินลูกรัง ดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกเผือกมากที่สุด คือ ดินร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถุสูง หน้าดินลึก ระบายน้ำดี

“เผือก” อาหารเพื่อสุขภาพ ปลูกง่าย สร้างรายได้ดี

วันนี้อีสานเดลี่จะมาแนะนำที่ละขั้นตอนในการปลูกเผือกกันว่า ทำอย่างไรให้การปลูกเผือกนั้นได้ผลออกมาดี และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกเผือกหอมได้เป็นกอบเป็นกำ   

ขั้นแรกคือการเตรียมต้นพันธุ์หรือเพาะต้นอ่อนเผือก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เผือกสามารถปลูกได้สองวิธีคือปลูกด้วยการแยกหน่อ อีกหนึ่งวิธีการคือการเพาะปลูกจากหัวเผือกเอง การปลูกด้วยการแยกหน่อเป็นวิธีที่สะดวกและได้ผลเร็วที่สุด เพื่อให้ได้ต้นที่อวบอ้วนและเจริญเติบโตได้ดี ให้ปลูกหลุมละหนึ่งต้นเท่านั้น จากนั้นเเผือกจะแตกหน่อเอง ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน การเพาะต้นอ่อนจากหัวก่อนการปลูก ให้วางหัวเผือกเรียงกันเป็นแถวในที่ร่ม รดน้ำให้ชื้น จากนั้น คลุมด้วยฟางทับด้านบน เมื่อต้นอ่อนสูงประมาณ 10-12 เซนติเมตร ก็สามารถย้ายไปปลูกลงแปลงได้ กรณีที่เผือกมีหลายหน่อควรตัดให้เหลือแค่หน่อเดียวเท่านั้น แหละนี่คือการเตรียมต้นพันธุ์ก่อนการปลูกในเบื้องต้น เผือกสามารถปลูกในพื้นที่ได้ 2 ลักษณะ ขึ้นอยู่กับชนิดของเผือกที่ปลูก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

  • เผือกน้ำ หรือ เผือกนา เป็นเผือกชนิดหนึ่งที่ต้องปลูกในที่ลุ่ม ในเขตที่ลุ่มภาคกลาง
  • เผือกอีกหนึ่งชนิดที่นิยมปลูกกัน ก็คือ เผือกดอนเป็นเผือกที่ปลูกในที่ดอนซึ่งอาศัยน้ำฝนในการเจริญเติบโต เผือกเหล่านี้ปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ 

ควรเตรียมพื้นที่โดยทำแปลงแล้วกลบก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก  จากนั้นใส่หัวเผือกลงไป เผือกดอนใช้วิธีการปลูกโดยใช้หัวเล็กในการปลูก ปลูกประมาณเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม หลังจากปลูกแล้วให้กลบหัวมันด้วยดิน พอฝนตก รากเผือกก็จะงอกออกมา เมื่องอกได้ประมาณ 2 เดือน ควรพรวนดินกลบ กำจัดวัชพืชออกเรื่อยๆ จากนั้นเมื่องอกได้ประมาณ 4 เดือน ควรพรวนดินกลบทับอีกครั้ง เมื่อมีอายุได้ 8-10 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ หากเกิดภัยแล้งผลผลิตจะไม่ดี ดังนั้นถ้าแห้งเกินไปจะต้องรดน้ำช่วยด้วยถึงจะได้ผลดี

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

การดูแลเผือก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

หลังจากเผือกโตได้ไม่นานก็จะแตกหน่อเป็นกอ เราจะต้องใช้มีดที่คมตัดหน่อทิ้งอกออกมาทิ้งเสีย เพื่อเป็นการแต่งต้นเผือกไม่ให้มีลำต้นเยอะเกินไป ให้เหลือไว้แค่เพียงต้นหลักหนึ่งต้นต่อหลุม เนื่องจากการแตกกอทำให้หัวเผือกมีหัวขนาดเล็กขายไม่ได้ราคา และน้ำหนักน้อย เนื่องจากเผือกขายเป็นราคาต่อกิโลกรัม ดังนั้นน้ำหนักนั้นสำคัญมาก เผือกจะขยายหัวเมื่ออายุได้ 4-5 เดือน ควรพูนดินถมรากขึ้นมาอีกเพื่อห่อหุ้มหัวเผือกจะทำให้เผือกมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากขึ้น เป็นการช่วยในการดูดน้ำและอาหารให้หัวเผือกมีความสมบูรณ์มากขึ้น

การให้ปุ๋ยเผือก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญมากในการปลูกเผือก สำหรับการดูแลเผือก เผือกจะตอบสนองต่อปุ๋ยอินทรีย์มาก ดังนั้น ก่อนปลูกควรใส่มูลสัตว์หมักรองก้นหลุมทุกครั้ง ก่อนและหลังการปลูกเผือกให้ใช้ปุ๋ยเคมีช่วยด้วย โดยใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง การเพิ่มปุ๋ยเมื่อเผือกอายุได้ 2 เดือนโดยการขุดหลุมห่างจากต้น 6 นิ้วและใส่ปุ๋ยคอกด้านล่างและโรยปุ๋ยเคมีด้านบน แล้วกลบดิน รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อเผือกอายุได้ประมาณ 3-4 เดือน ควรใส่ปุ๋ยโพแทสเซียม อาจใช้ปุ๋ยผสมสูตร 12-24-12 อัตรา 30-40 กิโลกรัมต่อไร่ โรยปุ๋ยเคมีรอบต้น ต้นละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วกลบดิน รดน้ำให้ชุ่ม ควรกองไว้ที่ฐานด้วยเพื่อช่วยในการกลบหัวเผือกให้สามารถรับสารอาหารได้เต็มที่ และหมั่นกำจัดวัชพืชออกเรื่อยๆ 

การเก็บเกี่ยวเผือก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เมื่อเผือกมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 7-10 เดือน สังเกตได้ว่าในช่วงที่หัวเผือกออกผล ใบจะค่อย ๆ เหี่ยวเฉาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ไม่ต้องตกใจว่าเผือกจะตาย ไม่ใช่ นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าเผือกของเราใกล้จะได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว จากใบล่างจนถึงใบบนเหลืออยู่ 2-3 ใบ แสดงว่าหัวเผือกพร้อมที่จะขุดแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้ในดินนานจะทำให้น้ำหนักของหัวเผือกลดลง (ฉะนั้นเหลือ 2-3 ใบก็ควรจะขุดหัวเผือกเลย) การเก็บรากเผือกจะใช้จอบหรือเสียมขุดบริเวณต้นเผือกแล้วงัดขึ้นมากองไว้ ในการขุดนี้ จะมีลูกซอหรือลูกเผือกตกอยู่ในแปลง อาจเลี้ยงไว้หรือเก็บไว้ทำพันธุ์ในรอบต่อไปก็ได้ ถ้าหากไม่มีการปลูกพืชหมุนเวียน หัวเผือกที่ขุดจะต้องลอกใบด้านนอกออกและตัดรากและยอดออกก่อนนำไปจำหน่าย ราคาต่อกิโลกรัมจะเริ่มต้นที่ประมาณ 15 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นอยู่กับกลไกทางการตลาดด้วย

การใช้เผือกทำอาหาร

แกงอ่อมหอยขม ใส่เผือก แบบอีสาน

เผือกถูกใช้เป็นอาหารหลักในหลายส่วนของโลก โดยเฉพาะในเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก นอกจากใช้แทนข้าวแล้ว เผือกยังนิยมนำไปประกอบอาหารหลายประเภท เช่น ผัด แกงอ่อมหอยจุ๊บใส่เผือก อาหารอีสาน แกงอ่อมปูนาใส่เผือก และของหวาน เมนูยอดนิยมในการนำเผือกมาทำขนมหวานได้หลากหลายชนิด เช่น ตะโก้ เผือกในน้ำกะทิ เผือกยังใช้ทำชิป ของทอด และเกี๊ยวได้อีกด้วยเผือกเป็นเครื่องปรุงสารพัดประโยชน์ที่สามารถปรุงได้หลายวิธี มีรสชาติและเนื้อสัมผัสเฉพาะตัวที่ช่วยเพิ่มความลึกและความสมบูรณ์ให้กับอาหาร มีกลิ่นเฉพาะตัว มีรสหวานเล็กน้อย ลักษณะเป็นแป้งและมีเส้นใยเล็กน้อย จึงเหมาะสำหรับทำแกง เผือกยังเข้ากันได้ดีกับกะทิซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร

ประโยชน์ทางโภชนาการของเผือก

เผือกเป็นพืชที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ และวิตามิน เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ดี ซึ่งให้พลังงานที่ยั่งยืนและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เผือกยังมีเส้นใยอาหารสูงซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหารและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล

เผือกเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด รวมทั้งวิตามินซี วิตามินบี 6 โพแทสเซียม และแมงกานีส วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย ในขณะที่วิตามินบี 6 จำเป็นต่อการทำงานของสมองและช่วยสร้างสารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์และการนอนหลับ โพแทสเซียมมีความสำคัญต่อสุขภาพของหัวใจและช่วยควบคุมความดันโลหิต ในขณะที่แมงกานีสมีความสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน

เคล็ดลับในการปลูกเผือกให้ประสบความสำเร็จคือ 

  • เลือกทำเลที่เหมาะสม เผือกเติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้น อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ดินควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนซุย และควรชื้นและระบายน้ำได้ดี เลือกสถานที่ที่ได้รับแสงแดดส่องถึงและมีน้ำเข้าถึงได้ง่าย

  • เลือกพันธุ์ที่เหมาะสม เผือกมีหลายพันธุ์ซึ่งแต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง เลือกพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศและสภาพการเจริญเติบโต
  • เตรียมดิน ก่อนปลูกควรเตรียมดินโดยใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรองก้นหลุม เผือกเป็นอาหารที่มีน้ำหนักมากและต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์จึงจะเติบโตได้ดี
  • การให้น้ำ เผือกชอบอากาศชื้นและชอบดินแฉะแต่ไม่ควรให้น้ำขัง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่ารดน้ำมากเกินไปเพราะอาจทำให้รากเน่าหรือหัวเน่าได้

  • การให้ปุ๋ย เผือกตอบสนองต่อปุ๋ยอินทรีย์ได้ดี ดังนั้น จึงควรหมักมูลสัตว์ก่อนปลูกและปุ๋ยวิทยาศาสตร์หลังปลูก ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงและปุ๋ยโปแตสเซียมเมื่อเผือกอายุประมาณ 3-4 เดือน

  • ศัตรูพืช: เพลี้ยเป็นศัตรูของเผือกและสามารถเข้าทำลายใบเผือกทำให้เผือกชะงักการเจริญเติบโต ใช้ Dimethoate หรือ Malathi เพื่อรักษาเพลี้ย
  • การเก็บเกี่ยว  เผือกมักมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 7-10 เดือน สังเกตได้ว่าในช่วงที่หัวเผือกออกผล ใบจะค่อย ๆ เหี่ยวเฉาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง จากใบล่างจนใบบนเหลืออยู่ 2-3 ใบ แสดงว่าหัวเผือกพร้อมที่จะขุดแล้ว 

หากเราทำได้ตามขั้นตอนทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เชื่อว่าผลที่ได้ย่อมสวยงามเสมอ เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย หากเราใส่ใจให้เวลา ผลที่ได้มาดีคุ้มค่าแน่นอน หากใครสนใจในเมนูเผือก หรือใครที่เป็นคออาหารอีสานแล้ว อย่าลืมเข้าไปเช็คในเพจคอลัมน์อาหารของอีสานเดลี่ได้นะครับรับรองว่าเมนูอาหารอีสานที่เชื่อว่าถูกใจใครหลายคนแน่นอน โอกาสหน้าเราจะนำบทความดีๆ มาฝากันอีกอย่าลืมติอตามเราได้ที่เพจเฟสบุ๊คกลุ่มอีสานเดลี่และเพจอีสานเดลี่นะครับ

 

Tags: ของอร่อย, ธรรมชาติ, ธรรมชาติบ้านเรา, ธรรมชาติรังสรรค์, ประโยชน์มากมาย, ปลูกเผือก, พันธุ์เผือก, อร่อย, ออนซอนอีสาน, อาหารการกิน, อาหารบ้านเฮา, อาหารพื้นบ้าน, อาหารอีสาน, อิสาน, อีสาน, อีสานใต้, เผือก, เผือกดอน, เผือกทอด, เผือกหอม, เพื่อสุขภาพ, เมนูเผือก, แกงอ่อมเผือก, แกงเผือก, ได้ประโยชน์
เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เผือกเป็นพืชเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นที่สำคัญคนไทยนิยมบริโภคเผือกเพราะมีกลิ่นหอมและรสชาติดี เป็นพืชจำพวกแป้งที่มีการเพาะปลูกมาเป็นเวลาหลายพันปีและมีการบริโภคอย่างแพร่หลาย ในหลายประเทศทั่วโลก เผือกเป็นพืชที่มีความสำคัญเนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารสูง ปลูกง่าย และทำอาหารได้หลากหลายเมนู ในบทความนี้ อีสานเดลี่จะพาเกษตรกรไปสำรวจทุกแง่มุมต่างๆ ของ เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี การใช้ประโยชน์ในการทำอาหาร และประโยชน์ทางโภชนาการของเผือกกัน เผือกเป็นพืชเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนที่เติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและอบอุ่น มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และปลูกกันอย่างแพร่หลายในส่วนอื่นๆ ของโลก รวมถึงแอฟริกา แคริบเบียน และหมู่เกาะแปซิฟิกเผือกเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถเติบโตได้สูงถึงหกฟุตและมีหัวกลมมีตั้งแต่ขนาดเล็กกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ที่เติบโตใต้ดิน หัวเผือกขึ้นอยู่กับขนาดของสายพันธุ์ด้วย เนื้อของหัวอาจเป็นสีขาว สีครีม หรือสีม่วง และผิวด้านนอกอาจเป็นสีแดง ดำ หรือน้ำตาลแล้วแต่สายพันธุ์ เผือกเป็นพืชหัวที่มีต้นคล้ายบอนมีความต้องการน้ำหรือความชื้นในการเจริญเติบโตค่อนข้างสูง เผือกจึงชอบดินอุดมสมบูรณ์ และสามารถอุ้มน้ำไว้ได้มาก สามารถปลูกได้ทั่วทุกภาค ในแหล่งที่มีน้ำชลประทานดีจะสามารถปลูกเผือกได้ตลอดปี ส่วนในแหล่งที่มีน้ำจำกัดควรปลูกเผือกในช่วงฤดูฝนเท่านั้น เผือกปลูกได้ทั้งในที่ลุ่มและดอน สภาพไร่ที่ราบสูง ไหล่เขาและปลูกได้ในดินหลายชนิด ยกเว้นดินลูกรัง ดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกเผือกมากที่สุด คือ ดินร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถุสูง หน้าดินลึก ระบายน้ำดี

“เผือก” อาหารเพื่อสุขภาพ ปลูกง่าย สร้างรายได้ดี

วันนี้อีสานเดลี่จะมาแนะนำที่ละขั้นตอนในการปลูกเผือกกันว่า ทำอย่างไรให้การปลูกเผือกนั้นได้ผลออกมาดี และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกเผือกหอมได้เป็นกอบเป็นกำ   

ขั้นแรกคือการเตรียมต้นพันธุ์หรือเพาะต้นอ่อนเผือก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เผือกสามารถปลูกได้สองวิธีคือปลูกด้วยการแยกหน่อ อีกหนึ่งวิธีการคือการเพาะปลูกจากหัวเผือกเอง การปลูกด้วยการแยกหน่อเป็นวิธีที่สะดวกและได้ผลเร็วที่สุด เพื่อให้ได้ต้นที่อวบอ้วนและเจริญเติบโตได้ดี ให้ปลูกหลุมละหนึ่งต้นเท่านั้น จากนั้นเเผือกจะแตกหน่อเอง ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน การเพาะต้นอ่อนจากหัวก่อนการปลูก ให้วางหัวเผือกเรียงกันเป็นแถวในที่ร่ม รดน้ำให้ชื้น จากนั้น คลุมด้วยฟางทับด้านบน เมื่อต้นอ่อนสูงประมาณ 10-12 เซนติเมตร ก็สามารถย้ายไปปลูกลงแปลงได้ กรณีที่เผือกมีหลายหน่อควรตัดให้เหลือแค่หน่อเดียวเท่านั้น แหละนี่คือการเตรียมต้นพันธุ์ก่อนการปลูกในเบื้องต้น เผือกสามารถปลูกในพื้นที่ได้ 2 ลักษณะ ขึ้นอยู่กับชนิดของเผือกที่ปลูก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

  • เผือกน้ำ หรือ เผือกนา เป็นเผือกชนิดหนึ่งที่ต้องปลูกในที่ลุ่ม ในเขตที่ลุ่มภาคกลาง
  • เผือกอีกหนึ่งชนิดที่นิยมปลูกกัน ก็คือ เผือกดอนเป็นเผือกที่ปลูกในที่ดอนซึ่งอาศัยน้ำฝนในการเจริญเติบโต เผือกเหล่านี้ปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ 

ควรเตรียมพื้นที่โดยทำแปลงแล้วกลบก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก  จากนั้นใส่หัวเผือกลงไป เผือกดอนใช้วิธีการปลูกโดยใช้หัวเล็กในการปลูก ปลูกประมาณเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม หลังจากปลูกแล้วให้กลบหัวมันด้วยดิน พอฝนตก รากเผือกก็จะงอกออกมา เมื่องอกได้ประมาณ 2 เดือน ควรพรวนดินกลบ กำจัดวัชพืชออกเรื่อยๆ จากนั้นเมื่องอกได้ประมาณ 4 เดือน ควรพรวนดินกลบทับอีกครั้ง เมื่อมีอายุได้ 8-10 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ หากเกิดภัยแล้งผลผลิตจะไม่ดี ดังนั้นถ้าแห้งเกินไปจะต้องรดน้ำช่วยด้วยถึงจะได้ผลดี

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

การดูแลเผือก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

หลังจากเผือกโตได้ไม่นานก็จะแตกหน่อเป็นกอ เราจะต้องใช้มีดที่คมตัดหน่อทิ้งอกออกมาทิ้งเสีย เพื่อเป็นการแต่งต้นเผือกไม่ให้มีลำต้นเยอะเกินไป ให้เหลือไว้แค่เพียงต้นหลักหนึ่งต้นต่อหลุม เนื่องจากการแตกกอทำให้หัวเผือกมีหัวขนาดเล็กขายไม่ได้ราคา และน้ำหนักน้อย เนื่องจากเผือกขายเป็นราคาต่อกิโลกรัม ดังนั้นน้ำหนักนั้นสำคัญมาก เผือกจะขยายหัวเมื่ออายุได้ 4-5 เดือน ควรพูนดินถมรากขึ้นมาอีกเพื่อห่อหุ้มหัวเผือกจะทำให้เผือกมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากขึ้น เป็นการช่วยในการดูดน้ำและอาหารให้หัวเผือกมีความสมบูรณ์มากขึ้น

การให้ปุ๋ยเผือก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญมากในการปลูกเผือก สำหรับการดูแลเผือก เผือกจะตอบสนองต่อปุ๋ยอินทรีย์มาก ดังนั้น ก่อนปลูกควรใส่มูลสัตว์หมักรองก้นหลุมทุกครั้ง ก่อนและหลังการปลูกเผือกให้ใช้ปุ๋ยเคมีช่วยด้วย โดยใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง การเพิ่มปุ๋ยเมื่อเผือกอายุได้ 2 เดือนโดยการขุดหลุมห่างจากต้น 6 นิ้วและใส่ปุ๋ยคอกด้านล่างและโรยปุ๋ยเคมีด้านบน แล้วกลบดิน รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อเผือกอายุได้ประมาณ 3-4 เดือน ควรใส่ปุ๋ยโพแทสเซียม อาจใช้ปุ๋ยผสมสูตร 12-24-12 อัตรา 30-40 กิโลกรัมต่อไร่ โรยปุ๋ยเคมีรอบต้น ต้นละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วกลบดิน รดน้ำให้ชุ่ม ควรกองไว้ที่ฐานด้วยเพื่อช่วยในการกลบหัวเผือกให้สามารถรับสารอาหารได้เต็มที่ และหมั่นกำจัดวัชพืชออกเรื่อยๆ 

การเก็บเกี่ยวเผือก

เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี

เมื่อเผือกมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 7-10 เดือน สังเกตได้ว่าในช่วงที่หัวเผือกออกผล ใบจะค่อย ๆ เหี่ยวเฉาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ไม่ต้องตกใจว่าเผือกจะตาย ไม่ใช่ นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าเผือกของเราใกล้จะได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว จากใบล่างจนถึงใบบนเหลืออยู่ 2-3 ใบ แสดงว่าหัวเผือกพร้อมที่จะขุดแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้ในดินนานจะทำให้น้ำหนักของหัวเผือกลดลง (ฉะนั้นเหลือ 2-3 ใบก็ควรจะขุดหัวเผือกเลย) การเก็บรากเผือกจะใช้จอบหรือเสียมขุดบริเวณต้นเผือกแล้วงัดขึ้นมากองไว้ ในการขุดนี้ จะมีลูกซอหรือลูกเผือกตกอยู่ในแปลง อาจเลี้ยงไว้หรือเก็บไว้ทำพันธุ์ในรอบต่อไปก็ได้ ถ้าหากไม่มีการปลูกพืชหมุนเวียน หัวเผือกที่ขุดจะต้องลอกใบด้านนอกออกและตัดรากและยอดออกก่อนนำไปจำหน่าย ราคาต่อกิโลกรัมจะเริ่มต้นที่ประมาณ 15 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นอยู่กับกลไกทางการตลาดด้วย

การใช้เผือกทำอาหาร

แกงอ่อมหอยขม ใส่เผือก แบบอีสาน

เผือกถูกใช้เป็นอาหารหลักในหลายส่วนของโลก โดยเฉพาะในเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก นอกจากใช้แทนข้าวแล้ว เผือกยังนิยมนำไปประกอบอาหารหลายประเภท เช่น ผัด แกงอ่อมหอยจุ๊บใส่เผือก อาหารอีสาน แกงอ่อมปูนาใส่เผือก และของหวาน เมนูยอดนิยมในการนำเผือกมาทำขนมหวานได้หลากหลายชนิด เช่น ตะโก้ เผือกในน้ำกะทิ เผือกยังใช้ทำชิป ของทอด และเกี๊ยวได้อีกด้วยเผือกเป็นเครื่องปรุงสารพัดประโยชน์ที่สามารถปรุงได้หลายวิธี มีรสชาติและเนื้อสัมผัสเฉพาะตัวที่ช่วยเพิ่มความลึกและความสมบูรณ์ให้กับอาหาร มีกลิ่นเฉพาะตัว มีรสหวานเล็กน้อย ลักษณะเป็นแป้งและมีเส้นใยเล็กน้อย จึงเหมาะสำหรับทำแกง เผือกยังเข้ากันได้ดีกับกะทิซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร

ประโยชน์ทางโภชนาการของเผือก

เผือกเป็นพืชที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ และวิตามิน เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ดี ซึ่งให้พลังงานที่ยั่งยืนและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เผือกยังมีเส้นใยอาหารสูงซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหารและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล

เผือกเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด รวมทั้งวิตามินซี วิตามินบี 6 โพแทสเซียม และแมงกานีส วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย ในขณะที่วิตามินบี 6 จำเป็นต่อการทำงานของสมองและช่วยสร้างสารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์และการนอนหลับ โพแทสเซียมมีความสำคัญต่อสุขภาพของหัวใจและช่วยควบคุมความดันโลหิต ในขณะที่แมงกานีสมีความสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน

เคล็ดลับในการปลูกเผือกให้ประสบความสำเร็จคือ 

  • เลือกทำเลที่เหมาะสม เผือกเติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้น อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ดินควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนซุย และควรชื้นและระบายน้ำได้ดี เลือกสถานที่ที่ได้รับแสงแดดส่องถึงและมีน้ำเข้าถึงได้ง่าย

  • เลือกพันธุ์ที่เหมาะสม เผือกมีหลายพันธุ์ซึ่งแต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง เลือกพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศและสภาพการเจริญเติบโต
  • เตรียมดิน ก่อนปลูกควรเตรียมดินโดยใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรองก้นหลุม เผือกเป็นอาหารที่มีน้ำหนักมากและต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์จึงจะเติบโตได้ดี
  • การให้น้ำ เผือกชอบอากาศชื้นและชอบดินแฉะแต่ไม่ควรให้น้ำขัง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่ารดน้ำมากเกินไปเพราะอาจทำให้รากเน่าหรือหัวเน่าได้

  • การให้ปุ๋ย เผือกตอบสนองต่อปุ๋ยอินทรีย์ได้ดี ดังนั้น จึงควรหมักมูลสัตว์ก่อนปลูกและปุ๋ยวิทยาศาสตร์หลังปลูก ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงและปุ๋ยโปแตสเซียมเมื่อเผือกอายุประมาณ 3-4 เดือน

  • ศัตรูพืช: เพลี้ยเป็นศัตรูของเผือกและสามารถเข้าทำลายใบเผือกทำให้เผือกชะงักการเจริญเติบโต ใช้ Dimethoate หรือ Malathi เพื่อรักษาเพลี้ย
  • การเก็บเกี่ยว  เผือกมักมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 7-10 เดือน สังเกตได้ว่าในช่วงที่หัวเผือกออกผล ใบจะค่อย ๆ เหี่ยวเฉาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง จากใบล่างจนใบบนเหลืออยู่ 2-3 ใบ แสดงว่าหัวเผือกพร้อมที่จะขุดแล้ว 

หากเราทำได้ตามขั้นตอนทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เชื่อว่าผลที่ได้ย่อมสวยงามเสมอ เผือกหอม เคล็ดลับ การปลูกเผือก ให้ได้ผลผลิตที่ดี ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย หากเราใส่ใจให้เวลา ผลที่ได้มาดีคุ้มค่าแน่นอน หากใครสนใจในเมนูเผือก หรือใครที่เป็นคออาหารอีสานแล้ว อย่าลืมเข้าไปเช็คในเพจคอลัมน์อาหารของอีสานเดลี่ได้นะครับรับรองว่าเมนูอาหารอีสานที่เชื่อว่าถูกใจใครหลายคนแน่นอน โอกาสหน้าเราจะนำบทความดีๆ มาฝากันอีกอย่าลืมติอตามเราได้ที่เพจเฟสบุ๊คกลุ่มอีสานเดลี่และเพจอีสานเดลี่นะครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: ของอร่อย, ธรรมชาติ, ธรรมชาติบ้านเรา, ธรรมชาติรังสรรค์, ประโยชน์มากมาย, ปลูกเผือก, พันธุ์เผือก, อร่อย, ออนซอนอีสาน, อาหารการกิน, อาหารบ้านเฮา, อาหารพื้นบ้าน, อาหารอีสาน, อิสาน, อีสาน, อีสานใต้, เผือก, เผือกดอน, เผือกทอด, เผือกหอม, เพื่อสุขภาพ, เมนูเผือก, แกงอ่อมเผือก, แกงเผือก, ได้ประโยชน์