ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่ วัฒนธรรมอีสานใต้

อีสานดินแดนทางประวัติศาสตร์ที่มีความงดงามทางธรรมชาติและยังสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนอีกด้วย ภูมิภาคนี้เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง รวมถึงเขาใหญ่ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องน้ำตกและ เส้นทางเดินป่า เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีป่าที่อุดมสมบูรณ์และยังสัตว์ป่ามากมายหลากหลายชนิด นอกจากนั้นภาคอีสานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยมอื่น ๆ ในภูมิภาค ได้แก่ ภูกระดึงและภูเรือ รวมถึงแม่น้ำโขงซึ่งเป็นพรมแดนกั้นสองประเทศระหว่างไทยกับลาว อีสานยังร่ำรวยด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ภูมิภาคนี้เป็นที่ตั้งของวัดมากมาย และซากปรักหักพังโบราณ รวมทั้งปราสาทขอมดินแดนอีสานใต้อันงดงามที่ เช่น ปราสาทหินพิมาย ปราสาทเขาพนมรุ้ง แต่วันนี้ทีมงานอีสานเดลี่จะพาแฟนเพจมาเยี่ยมชมอารยธรรมขอมอีกแห่งหนึ่งในดินแดนอีสานใต้ ที่น้อยคนนักจะรู้จัก ถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่หรือคนที่เคยมาเยี่ยมเยือนก่อนหน้าแล้ว และที่นี่ก็คือ ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่ หรือ ปราสาทศรีพฤทเธศวร

“วัดสระกำแพงใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีสานใต้”

เป็นแลนด์มาร์ค อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยี่ยมชมเมื่อมาถึงจังหวัดศรีสะเกษ และมากราบนมัสการหลวงปู่เครื่องอันเลื่องชื่อของอำเภออุทุมพรพิสัย ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสระกำแพงใหญ่ ถนนประดิษฐ์ประชาราษฎร์ หมู่ 1 ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากที่ว่าการอำเภออุทุมพรพิสัยไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 2 กิโลเมตร 

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

ปราสาทสระกำแพงใหญ่สร้างขึ้นในศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธแบบมหายานเพื่อเป็นที่ประดิษฐานเทวรูป ปราสาทสระกำแพงใหญ่เป็นหนึ่งในปราสาทขอมหลายแห่งในภูมิภาคนี้ มีอายุย้อนไปถึงสมัยพระนคร เมื่ออาณาจักรเขมรปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วัดนี้น่าจะสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 11 หรือต้นศตวรรษที่ 12 ในฐานะเทวสถานในศาสนาฮินดู แม้ว่าภายหลังจะถูกดัดแปลงเป็นวัดพุทธก็ตาม

วัดสระกำแพงใหญ่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องงานแกะสลักหินอันประณีต ซึ่งแสดงภาพจากเทพและเทพธิดาที่สลักบนฝนังกำแพงศาสนสถาน รวมถึงฉากจากตำนานฮินดูและพุทธ งานแกะสลักบางชิ้นได้รับการอนุรักษ์และบูรณะไว้เป็นอย่างดี แม้ว่าวัดสระกำแพงใหญ่จะถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษแล้วก็ตาม ปราสาทสระกำแพงใหญ่มีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับปราสาทขอมอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน แต่ก็ยังมีโครงสร้างที่น่าประทับใจให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม วัดสระกำแพงใหญ่นี้สร้างบนฐานสี่เหลี่ยมและมีหอคอยอยู่ตรงกลางซึ่งรายล้อมรอบด้วยหอคอยขนาดเล็กสี่แห่ง ประดับด้วยทับหลังและหน้าจั่วอันเป็นเอกลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมขอมที่นี่

ปัจจุบันวัดสระกำแพงใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มซากปรักหักพังของเขมรขนาดใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงวัดอื่นๆ อีกหลายแห่งและเมืองที่มีป้อมปราการคล้ายคลึงกันในภูมิภาคนี้ วัดสระกำแพงใหญ่ถูกสร้างด้วยหินทรายซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างทั่วไปสำหรับสถาปัตยกรรมเขมร ผนังของวัดค่อนข้างบางซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมแบบบาปวนและประดับด้วยงานแกะสลักที่ประณีตสวยงาม ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของปราสาทสระกำแพงใหญ่คือหอกลางซึ่งล้อมรอบด้วยหอเล็กสี่หลัง หอคอยเหล่านี้เชื่อมต่อกันด้วยห้องแสดงภาพซึ่งสร้างเป็นระเบียงรอบวิหารกลาง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีแท่นหินซึ่งครั้งหนึ่งอาจมีรูปปั้นของเทพเจ้า

วัดสระกำแพงใหญ่นี้เชื่อกันว่าน่าจะใช้ประกอบพิธีทางศาสนา และอาจใช้เป็นสถานที่แสวงบุญสำหรับ ผู้ที่มาสักการะ ขนาดของปราสาทสระกำแพงใหญ่นี้ยังรวมถึงอาคารอื่นๆ อีกหลายหลัง รวมทั้งห้องสมุดและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งน่าจะใช้ในการเก็บน้ำฝนสำหรับอุปโภคและบริโภคนั่นเองแม้ว่าปราสาทสระกำแพงใหญ่จะมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับปราสาทขอมอื่นๆในภูมิภาคเดียวกัน แต่ก็ยังเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมและศิลปะขอมที่น่าประทับใจ มีความโดดเด่นในเรื่องของงานแกะสลักที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผสมผสานองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมฮินดูและพุทธเข้าไว้ด้วยกัน 

จากจารึก ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่ ที่กรอบประตูระเบียงคต มีทั้งหมด 33 บรรทัด เนื้อความย่อมีดัง

พระกมรเตงอัญศิวทาส คุณโทศพระสภาแห่งกมรเตงชคตศรีพฤทเธศวร เมืองสดุกอำพิลร่วมกับข้าราชการคนอื่น ๆ คือพระกมรเตง อัญขทุรอุปกัลปดาบส พระกมรเตงอัญศิขเรสวัตพระธรรมศาสตร์ และพระกมรเตงอัญ ผู้ตรวจราชการ แต่ละปักษ์ ซื้อที่ดินซึ่งอยู่ติดกับตระพัง (สระน้ำ) เพื่อถวายให้แก่กมรเตงชคตศรีพฤทเธศวร ในวันวิศุวสงกราณต์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 มหาศักราช 964 (พ.ศ. 1585)

  • บาราย บารายคือสระน้ำ นับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนสถานประเภทปราสาทหิน เนื่องจากจะต้องใช้น้ำในการประกอบศาสนพิธี ปกติบารายจะอยู่รอบ หรือทางทิศตะวันออกของศาสนสถาน บารายที่อยู่รอบศาสนสถานนั้นเป็นการจำลองเขาพระสุเมรุที่ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรทั้ง 4 ด้านตะวันออกเป็นด้านที่ศาสนิกชนเข้าเฝ้าเทพเจ้า ซึ่งมักจะต้องตักน้ำเพื่อไปสรงศิวลึงค์หรือชำระพระบาทเทพเจ้า บารายที่ปราสาทสระกำแพงใหญ่นี้อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกประมาณ 500 เมตร ปัจจุบันไม่เหลือสภาพแล้ว

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

  • ระเบียงคต ระเบียงคตเป็นกำแพงของศาสนสถานที่ล้อมรอบอาคารศาสนสถานไว้ภายใน ระเบียงคตนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 49 เมตร ยาว 67 เมตร ระเบียงคตมีซุ้มประตูโคปุระ (ซุ้มประตู) ทั้ง 4 ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ฐานและผนังก่อด้วยศิลาแลงกรอบประตูหน้าต่างทำด้วยหินทรายภายในมีช่องทางเดินกว้าง 3 เมตร สภาพส่วนใหญ่คงเหลือแต่ฐานและผนังบางส่วนเท่นั้น ส่วนที่เป็นหลังคาพังทลายเสื่มสภาพไปแล้ว

  • บรรณาลัยหรือวิหาร ภายในระเบียงคตเมื่อผ่านซุ้มโคปุระด้านทิศตะวันออกเข้าไปจะพบอาคาร 2 หลัง หันหน้าไปทางทิศตะวันตก อาคารทั้งสองก่อด้วยอิฐไม่สอปูน ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุขยื้นออกมาด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังก่อเป็นอิฐทึบแต่แซะร่องให้มีลักษณะเป็นประตูปลอมเลียนแบบประตูจริง อาคาร 2 หลังนี้เรียกว่าวิหารหรือบรรณาลัย เปรียบได้กับหอตรัยของพุทธศาสนา คือใช้เป็นที่เก็บคัมภีร์ทางศาสนา ซึ่งถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยกว่ารูปเคารพ

  • ปรางค์ ปรางค์หรือปราสาท เป็นศูนย์กลางของศาสนสถาน เป็นที่ประดิษฐานของรูปเคารพ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ประกอบด้วยปรางค์ 4 หลัง คือ ปรางค์หลังทิศเหนือ ทิศใต้ โดยมีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ปรางค์ทั้ง 3 หลังนี้ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

โบราณสถานประเภทปราสาทหิน โดยทั่วไปจะมีทับหลังตั้งอยู่เหนือกรอบประตูทางเข้าเสมอ ทับหลังนี้เป็นภาพจำหลักเล่าเรื่องต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคติความเชื่อเกี่ยวกับศาสนา ภาพจำหลักทับหลังปราสาทหินสระกำแพงใหญ่เป็นศิลปะเขมรแบบคลังต่อบาปวน ที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ทับหลังที่พบที่ปราสาทหินสระกำแพงใหญ่มี่มากถึง 13 แผ่นอยู่ภายในบริเวณปราสาทสระกำแพงใหญ่ ทับหลังที่น่าสนใจได้แก่

  • ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์

  • ทับหลังพระกฤษณะประลองกำลังกับม้า

  • ทับหลังพระศิวะทรงโคนนทิ
  • ทับหลังคชลักษมี
  • ทับหลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

  • ทับหลังหนุมานถวายแหวน

แม้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายในดินแดนที่ราบสูงนี้ และก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีสานอีกมากมายที่ยังไม่ค่อยถูกค้นพบ หรือได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก ทำให้ปราสาทสระกำแพงใหญ่นี้เป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยม สำหรับนักเดินทางที่ต้องการศึกษาศิลปะวัฒนธรรมสองดินแดน หรือต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวาย พักผ่อนหย่อนใจ รวมไปจนถึงการกราบไหว้สักการะบูชา การทำบุญ สำหรับนักท่องเที่ยวสายบุญจึงเหมาะแก่การมาเยี่ยมเยือนที่นี่ 

การเดินทางมาเยี่ยมชมที่นี่นั้นก็ไม่ยุ่งยาก สามารถนั่งรถไฟไปลงที่สถานีอุทุมพรพิสัย จากนั้นนั่งรถวินมอไซด์ไปที่วัดสระกำแพงได้เลย โดยจากสถานีรถไฟในตัวอำเภออุทุมพรพิสัยไปวัดสระกำแพงใหญ่เพียงแค่ 4 กิโลเมตรเท่านั้น หากท่านมีรถเดินทางส่วนตัวนั้นก็ยิ่งง่ายกว่าเยอะเลย ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าเยี่ยมชมที่นี่เเนะนำว่าให้เป็นช่วงเข้าหรือช่วงเย็นเพราะอากาศจะไม่ร้อนมาก ซึ่งแอดมินโชคดีอย่างหนึ่งเมื่อครั้งที่ไปเยี่ยมชมที่นี่นั้นมีงานประจำปีวัดสระกำแพงใหญ่ โดยในงานนั้นจะมีการแสดงศิลปพื้นบ้าน 3 วัน 3 คืนกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากใครอยากจะมาเยี่ยมชมที่นี่ ถ้าหากเราศึกษาข้อมูลมาบ้างก็อาจจะ ได้เที่ยวสนุกมากยิ่งขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมก็นับว่าคุ้มค่าแก่การเข้าชมแน่นอน ภาคอีสานจึงเป็นหนึ่งในอัญมณีที่ซ่อนเร้นของประเทศไทยและควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างไม่ต้องสงสัย นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในอีสานที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ไว้ครั้งหน้าเราจะพาไปเที่ยวสถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจในดินแดนร้นลับนี้กันครับ

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

 

Tags: ดินแดนภูเขาไฟ, ท่องเที่ยว, ทำบุญ, ปราสาท, ปราสาทขึ้นชื่อ, ปราสาทดัง, ปราสาทสระกำแพงใหญ่, ปราสาทหิน, ปราสาทไทย, พระอาทิตย์ขึ้น, ภูเขาใหญ่, รถไฟ, วัฒนธรรมอีสาน, วัฒนธรรมเขมร, วัดสระกำแพงใหญ่, ศรีสะเกษ, ศาสนา, สระกำแพง, สิริมงคล, หินทราย, อิทธิพลเขมร, อีสาน, อีสานใต้, อุทุมพรพิสัย, ฮินดู, เขมร, ไหว้พระ
ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่ วัฒนธรรมอีสานใต้

อีสานดินแดนทางประวัติศาสตร์ที่มีความงดงามทางธรรมชาติและยังสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนอีกด้วย ภูมิภาคนี้เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง รวมถึงเขาใหญ่ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องน้ำตกและ เส้นทางเดินป่า เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีป่าที่อุดมสมบูรณ์และยังสัตว์ป่ามากมายหลากหลายชนิด นอกจากนั้นภาคอีสานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยมอื่น ๆ ในภูมิภาค ได้แก่ ภูกระดึงและภูเรือ รวมถึงแม่น้ำโขงซึ่งเป็นพรมแดนกั้นสองประเทศระหว่างไทยกับลาว อีสานยังร่ำรวยด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ภูมิภาคนี้เป็นที่ตั้งของวัดมากมาย และซากปรักหักพังโบราณ รวมทั้งปราสาทขอมดินแดนอีสานใต้อันงดงามที่ เช่น ปราสาทหินพิมาย ปราสาทเขาพนมรุ้ง แต่วันนี้ทีมงานอีสานเดลี่จะพาแฟนเพจมาเยี่ยมชมอารยธรรมขอมอีกแห่งหนึ่งในดินแดนอีสานใต้ ที่น้อยคนนักจะรู้จัก ถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่หรือคนที่เคยมาเยี่ยมเยือนก่อนหน้าแล้ว และที่นี่ก็คือ ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่ หรือ ปราสาทศรีพฤทเธศวร

“วัดสระกำแพงใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีสานใต้”

เป็นแลนด์มาร์ค อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยี่ยมชมเมื่อมาถึงจังหวัดศรีสะเกษ และมากราบนมัสการหลวงปู่เครื่องอันเลื่องชื่อของอำเภออุทุมพรพิสัย ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสระกำแพงใหญ่ ถนนประดิษฐ์ประชาราษฎร์ หมู่ 1 ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากที่ว่าการอำเภออุทุมพรพิสัยไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 2 กิโลเมตร 

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

ปราสาทสระกำแพงใหญ่สร้างขึ้นในศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธแบบมหายานเพื่อเป็นที่ประดิษฐานเทวรูป ปราสาทสระกำแพงใหญ่เป็นหนึ่งในปราสาทขอมหลายแห่งในภูมิภาคนี้ มีอายุย้อนไปถึงสมัยพระนคร เมื่ออาณาจักรเขมรปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วัดนี้น่าจะสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 11 หรือต้นศตวรรษที่ 12 ในฐานะเทวสถานในศาสนาฮินดู แม้ว่าภายหลังจะถูกดัดแปลงเป็นวัดพุทธก็ตาม

วัดสระกำแพงใหญ่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องงานแกะสลักหินอันประณีต ซึ่งแสดงภาพจากเทพและเทพธิดาที่สลักบนฝนังกำแพงศาสนสถาน รวมถึงฉากจากตำนานฮินดูและพุทธ งานแกะสลักบางชิ้นได้รับการอนุรักษ์และบูรณะไว้เป็นอย่างดี แม้ว่าวัดสระกำแพงใหญ่จะถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษแล้วก็ตาม ปราสาทสระกำแพงใหญ่มีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับปราสาทขอมอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน แต่ก็ยังมีโครงสร้างที่น่าประทับใจให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม วัดสระกำแพงใหญ่นี้สร้างบนฐานสี่เหลี่ยมและมีหอคอยอยู่ตรงกลางซึ่งรายล้อมรอบด้วยหอคอยขนาดเล็กสี่แห่ง ประดับด้วยทับหลังและหน้าจั่วอันเป็นเอกลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมขอมที่นี่

ปัจจุบันวัดสระกำแพงใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มซากปรักหักพังของเขมรขนาดใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงวัดอื่นๆ อีกหลายแห่งและเมืองที่มีป้อมปราการคล้ายคลึงกันในภูมิภาคนี้ วัดสระกำแพงใหญ่ถูกสร้างด้วยหินทรายซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างทั่วไปสำหรับสถาปัตยกรรมเขมร ผนังของวัดค่อนข้างบางซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมแบบบาปวนและประดับด้วยงานแกะสลักที่ประณีตสวยงาม ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของปราสาทสระกำแพงใหญ่คือหอกลางซึ่งล้อมรอบด้วยหอเล็กสี่หลัง หอคอยเหล่านี้เชื่อมต่อกันด้วยห้องแสดงภาพซึ่งสร้างเป็นระเบียงรอบวิหารกลาง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีแท่นหินซึ่งครั้งหนึ่งอาจมีรูปปั้นของเทพเจ้า

วัดสระกำแพงใหญ่นี้เชื่อกันว่าน่าจะใช้ประกอบพิธีทางศาสนา และอาจใช้เป็นสถานที่แสวงบุญสำหรับ ผู้ที่มาสักการะ ขนาดของปราสาทสระกำแพงใหญ่นี้ยังรวมถึงอาคารอื่นๆ อีกหลายหลัง รวมทั้งห้องสมุดและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งน่าจะใช้ในการเก็บน้ำฝนสำหรับอุปโภคและบริโภคนั่นเองแม้ว่าปราสาทสระกำแพงใหญ่จะมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับปราสาทขอมอื่นๆในภูมิภาคเดียวกัน แต่ก็ยังเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมและศิลปะขอมที่น่าประทับใจ มีความโดดเด่นในเรื่องของงานแกะสลักที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผสมผสานองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมฮินดูและพุทธเข้าไว้ด้วยกัน 

จากจารึก ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่ ที่กรอบประตูระเบียงคต มีทั้งหมด 33 บรรทัด เนื้อความย่อมีดัง

พระกมรเตงอัญศิวทาส คุณโทศพระสภาแห่งกมรเตงชคตศรีพฤทเธศวร เมืองสดุกอำพิลร่วมกับข้าราชการคนอื่น ๆ คือพระกมรเตง อัญขทุรอุปกัลปดาบส พระกมรเตงอัญศิขเรสวัตพระธรรมศาสตร์ และพระกมรเตงอัญ ผู้ตรวจราชการ แต่ละปักษ์ ซื้อที่ดินซึ่งอยู่ติดกับตระพัง (สระน้ำ) เพื่อถวายให้แก่กมรเตงชคตศรีพฤทเธศวร ในวันวิศุวสงกราณต์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 มหาศักราช 964 (พ.ศ. 1585)

  • บาราย บารายคือสระน้ำ นับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนสถานประเภทปราสาทหิน เนื่องจากจะต้องใช้น้ำในการประกอบศาสนพิธี ปกติบารายจะอยู่รอบ หรือทางทิศตะวันออกของศาสนสถาน บารายที่อยู่รอบศาสนสถานนั้นเป็นการจำลองเขาพระสุเมรุที่ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรทั้ง 4 ด้านตะวันออกเป็นด้านที่ศาสนิกชนเข้าเฝ้าเทพเจ้า ซึ่งมักจะต้องตักน้ำเพื่อไปสรงศิวลึงค์หรือชำระพระบาทเทพเจ้า บารายที่ปราสาทสระกำแพงใหญ่นี้อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกประมาณ 500 เมตร ปัจจุบันไม่เหลือสภาพแล้ว

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

  • ระเบียงคต ระเบียงคตเป็นกำแพงของศาสนสถานที่ล้อมรอบอาคารศาสนสถานไว้ภายใน ระเบียงคตนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 49 เมตร ยาว 67 เมตร ระเบียงคตมีซุ้มประตูโคปุระ (ซุ้มประตู) ทั้ง 4 ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ฐานและผนังก่อด้วยศิลาแลงกรอบประตูหน้าต่างทำด้วยหินทรายภายในมีช่องทางเดินกว้าง 3 เมตร สภาพส่วนใหญ่คงเหลือแต่ฐานและผนังบางส่วนเท่นั้น ส่วนที่เป็นหลังคาพังทลายเสื่มสภาพไปแล้ว

  • บรรณาลัยหรือวิหาร ภายในระเบียงคตเมื่อผ่านซุ้มโคปุระด้านทิศตะวันออกเข้าไปจะพบอาคาร 2 หลัง หันหน้าไปทางทิศตะวันตก อาคารทั้งสองก่อด้วยอิฐไม่สอปูน ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุขยื้นออกมาด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังก่อเป็นอิฐทึบแต่แซะร่องให้มีลักษณะเป็นประตูปลอมเลียนแบบประตูจริง อาคาร 2 หลังนี้เรียกว่าวิหารหรือบรรณาลัย เปรียบได้กับหอตรัยของพุทธศาสนา คือใช้เป็นที่เก็บคัมภีร์ทางศาสนา ซึ่งถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยกว่ารูปเคารพ

  • ปรางค์ ปรางค์หรือปราสาท เป็นศูนย์กลางของศาสนสถาน เป็นที่ประดิษฐานของรูปเคารพ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ประกอบด้วยปรางค์ 4 หลัง คือ ปรางค์หลังทิศเหนือ ทิศใต้ โดยมีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ปรางค์ทั้ง 3 หลังนี้ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

โบราณสถานประเภทปราสาทหิน โดยทั่วไปจะมีทับหลังตั้งอยู่เหนือกรอบประตูทางเข้าเสมอ ทับหลังนี้เป็นภาพจำหลักเล่าเรื่องต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคติความเชื่อเกี่ยวกับศาสนา ภาพจำหลักทับหลังปราสาทหินสระกำแพงใหญ่เป็นศิลปะเขมรแบบคลังต่อบาปวน ที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ทับหลังที่พบที่ปราสาทหินสระกำแพงใหญ่มี่มากถึง 13 แผ่นอยู่ภายในบริเวณปราสาทสระกำแพงใหญ่ ทับหลังที่น่าสนใจได้แก่

  • ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์

  • ทับหลังพระกฤษณะประลองกำลังกับม้า

  • ทับหลังพระศิวะทรงโคนนทิ
  • ทับหลังคชลักษมี
  • ทับหลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ

ปราสาท วัดสระกำแพงใหญ่

  • ทับหลังหนุมานถวายแหวน

แม้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายในดินแดนที่ราบสูงนี้ และก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีสานอีกมากมายที่ยังไม่ค่อยถูกค้นพบ หรือได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก ทำให้ปราสาทสระกำแพงใหญ่นี้เป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยม สำหรับนักเดินทางที่ต้องการศึกษาศิลปะวัฒนธรรมสองดินแดน หรือต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวาย พักผ่อนหย่อนใจ รวมไปจนถึงการกราบไหว้สักการะบูชา การทำบุญ สำหรับนักท่องเที่ยวสายบุญจึงเหมาะแก่การมาเยี่ยมเยือนที่นี่ 

การเดินทางมาเยี่ยมชมที่นี่นั้นก็ไม่ยุ่งยาก สามารถนั่งรถไฟไปลงที่สถานีอุทุมพรพิสัย จากนั้นนั่งรถวินมอไซด์ไปที่วัดสระกำแพงได้เลย โดยจากสถานีรถไฟในตัวอำเภออุทุมพรพิสัยไปวัดสระกำแพงใหญ่เพียงแค่ 4 กิโลเมตรเท่านั้น หากท่านมีรถเดินทางส่วนตัวนั้นก็ยิ่งง่ายกว่าเยอะเลย ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าเยี่ยมชมที่นี่เเนะนำว่าให้เป็นช่วงเข้าหรือช่วงเย็นเพราะอากาศจะไม่ร้อนมาก ซึ่งแอดมินโชคดีอย่างหนึ่งเมื่อครั้งที่ไปเยี่ยมชมที่นี่นั้นมีงานประจำปีวัดสระกำแพงใหญ่ โดยในงานนั้นจะมีการแสดงศิลปพื้นบ้าน 3 วัน 3 คืนกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากใครอยากจะมาเยี่ยมชมที่นี่ ถ้าหากเราศึกษาข้อมูลมาบ้างก็อาจจะ ได้เที่ยวสนุกมากยิ่งขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมก็นับว่าคุ้มค่าแก่การเข้าชมแน่นอน ภาคอีสานจึงเป็นหนึ่งในอัญมณีที่ซ่อนเร้นของประเทศไทยและควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างไม่ต้องสงสัย นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในอีสานที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ไว้ครั้งหน้าเราจะพาไปเที่ยวสถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจในดินแดนร้นลับนี้กันครับ

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: ดินแดนภูเขาไฟ, ท่องเที่ยว, ทำบุญ, ปราสาท, ปราสาทขึ้นชื่อ, ปราสาทดัง, ปราสาทสระกำแพงใหญ่, ปราสาทหิน, ปราสาทไทย, พระอาทิตย์ขึ้น, ภูเขาใหญ่, รถไฟ, วัฒนธรรมอีสาน, วัฒนธรรมเขมร, วัดสระกำแพงใหญ่, ศรีสะเกษ, ศาสนา, สระกำแพง, สิริมงคล, หินทราย, อิทธิพลเขมร, อีสาน, อีสานใต้, อุทุมพรพิสัย, ฮินดู, เขมร, ไหว้พระ