มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

ว่าด้วยเรื่องของมัน ​”เผิ่ม” หรือมันเพิ่ม เป็นมันป่าหายากอีกชนิดหนึ่ง ที่มีหนามแหลมยาวประมาณ 1นิ้วและแข็งมาก สามารถปักทะลุรองเท้าได้เลยทีเดียว ถ้าหากจะเดินผ่านบริเวณที่มีมันชนิดนี้อยู่จึงจำเป็นต้องเดินอย่างระมัดระวังทุกอย่างก้าว ยิ่งกว่าการวางระเบิดกันเลยทีเดียว แต่เนื่องจากมันเผิ่มเริ่มหายากขึ้นในธรรมชาติ ผู้คนจึงเริ่มนิยมนำมาปลูกกันข้างรั้วบ้าน เพื่อไว้ใช้บริโภคกันในครัวเรือน วันนี้ทีมงานอีสานเดลี่จะพาไปดู มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน และไปดูกันว่ามันเผิ่มที่ว่านี้มีลักษณ์พิเศษอย่างไร ทำไมผู้คนถึงนิยมทานกันอยู่ และมันชนิดนี้สามารถนำไปทำเมนูอะไรได้บ้าง เดี๋ยวเราจะพาไปรู้จักันเลย อันดับแรกเลยเราจะมาพูดถึงการปลูกมันชนิดนี้กัน 

“มันเผิ่ม หรือมันเพิ่ม เป็นได้ทั้งอาหารคาว หวาน”

การปลูกมันเผิ่ม

มันเผิ่มรสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

การปลูกมันชนิดนี้อาจจะไม่ได้ยากอย่างที่คิดแค่นำหัวเล็กๆหรือเง้าต้นอ่อนมาฝังไว้ก็เท่านั้นเอง แล้วต้นมันก็จะเจริญเติบโตเอง โดยไม่จำเป็นจะต้องดูแลอะไรมากมาย มันเผิ่มนิยมปลูกกันในช่วงฤดูฝนเพราะจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีและไม่จำเป็นต้องรดน้ำหรือให้ปุ๋ยอะไรเลย เพราะสามารถเจริญเติบโตโดยธรรมชาติ แต่เนื่องจากเป็นมันที่เถาว์ยาวมาก หากปลูกตามโคนต้นไม้เถาว์จะสามารถปกคลุมต้นไม้ทั้งหมด และเนื่องจากมีหนามยาวแหลมคม จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันมากนัก ดังนั้นการปลูกมันเผิ่มจึงจำเป็นต้องวางแผนให้ดีหรือจำเป็นต้องแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนหรือควรทำรั้วกั้น เพราะอาจได้รับอันตรายจาการเหยียบหนามที่แหลมคมได้ 

มันเผิ่มรสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

การขุดมันเผิ่ม

 ในหนึ่งเง้า (กอ) สามารถขุดหัวมันได้ถึง3-10 กิโลกรัมเลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วย ลักษณะของหัวมันจะกลมรี มีรากฝอยรอบหัวมัน (ลักษณะคล้ายๆกลอย) เนื้อด้านในสีขาว มีเมือกเหนียว ลื่นๆ ซึ่งเอกลักษณะเด่นเฉพาะของมันชนิดนี้ ที่ทำให้มันชนิดนี้มีความแตกต่างจากมันขนิดอื่นๆ มันเผิ่มสามารถขึ้นได้ในทุกพื้นที่ แต่จะให้ผลิตดีในดินทาม ( ดินเหนียวปนทราย ) การขุดมันชนิดนี้จำเป็นต้องใจเย็นมากๆ เนื่องจากหัวมันจะซ้อนกันเป็นชั้นๆ จึงจำเป็นต้องค่อยๆ ระมัดระวังในการใช้เสียมงัดแงะไปเรื่อยๆ และหากสับโดนหัวมันแล้วจำเป็นต้องขุดขึ้นมาเลย แต่หากทำการกลบไว้คืนเพื่อจะเอาไว้ขุดในครั้งหน้า หัวมันจะเน่าเสียใน 2-3 วัน เมื่อขุดหัวมันเสร็จแล้วเราสามารถกลบหัวเล็กหรือเหง้าไว้เช่นเดิมเพื่อเป็นต้นพันธุ์ในปีต่อๆไป และหลังจาการขุดแล้วจำเป็นต้องเว้นระยะห่างในการขุดอีกครั้งถึง1 ปีเลยทีเดียว หรือจนกว่าหัวมันจะกลับมาเจริญเติบโตสมบูรณ์อีกครั้ง เพราะฉะนั้นการขุดจะสามารถทำได้ในทุกๆ2 ปีต่อการขุด1 ครั้ง แต่ถ้าหาก 2 ปียังไม่มีการขุดหัวมันก็จะแข็งแกร็นและเน่าสลายไปในที่สุด

มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

นั่นหมายความว่าเราไม่สามารถที่จะขุดหัวมันขึ้นมาทานได้ในทุกๆปี ในช่วงที่เริ่มเข้าฤดูหนาวใบมันจะเริ่มเหลืองและร่วงลงมาหมดต้น เถาว์จะเริ่มแห้งนั่นหมายความว่าเริ่มเข้าฤดูที่เหมาะสมในการขุดหัวมันแล้ว โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงหน้าหนาวเดือนพฤษจิกายนไปจนถึงก่อนฤดูฝนเดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงที่มันจะมีรสชาติดี หวาน หอม กรอบ เหนียว นุ่ม และจะมีเมือกลื่นๆเหนียวๆ ออกมาเยอะมาก  จากนั้นเมื่อเริ่มเข้าฤดูฝนหัวมันจะเริ่มแตกต้นใหม่และเริ่มแข็งแกร็นและเน่าสลายไปในที่สุด เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนเถาว์ใหม่จะเริ่มงอก และแตกใบใหม่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ซึ่งหมายถึงฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว 

การทานหัวมันเผิ่ม

แกงอ่อมหอยขม ใส่เผือก แบบอีสาน

สำหรับการทานหัวมันนั้น ให้นำมาปอกเปลือกล้างน้ำ แล้วหั่นตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำไปนึ่ง ทำเป็นของหวานใส่กะทิหรือนึ่งทานเลยก็ได้เช่นกันแล้วแต่ความชอบ อีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจสำหรับคนอีสานนั่นก็คือการนำมา “แกงใส่กับหอยจูบ” เป็นกับข้าวได้ด้วย เพราะว่าหัวมันมีรสชาติที่หอมหวานอยู่แล้ว หรือจะนำมาแกงใสปูนาแทนเผือกก็อร่อยไม่แพ้กัน เนื่องจากเมือกลื่นของมันชนิดนี้จะทำให้น้ำแกงนั้นเหนียวข้นขึ้น เพิ่มอรรถรสในการทานได้เป็นอย่างดี 

มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน พราะไม่สามารถพบเจอตามธรรมชาติเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป เนื่องจาการตัดไม้ทำลายป่า นอกจากนี้ระยะเวลาก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของมันชนิดนี้  ปัจจุบันนี้ผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับมันชนิดนี้น้อยลงไปเรื่อยๆ นอกจากผู้เฒ่าผู้แก่คนสมัยก่อนเท่านั้นที่จะรู้จักและยังทานกันอยู่ ไม่แน่ว่าภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจจะไม่มีมันชนิดนี้ให้ลูกหลานได้รู้จักหรือทานกันอีกแล้ว ยังมีมันป่าจากธรรมชาติอีกมากมายหลากหลายขนิด เช่น มันเสา มันนก มันเดาะ มันมือเสือให้คุณได้ไปลองชิมสัมผัสรสชาติอาหารที่สามารถหาได้ตามธรรมชาติบ้านเรา แหละเป็นเพียงแค่หนึ่งอย่างที่กำลังจะเลือนหายไปตามกาลเวลา ที่เราจะต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้รู้จักถึงการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติและการเรียนรู้ ในการเอาตัวรอดของบรรพบุรุษในสมัยก่อน แล้วนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสังคมในยุคปัจจุบันที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ไว้โอกาสหน้าทีมงานอีสานเดลี่จะพาไปหามันป่าชนิดอื่นมานำเสนอให้แฟนเพจได้รู้จักกันในโอกาสต่อไปนะครับ ยังไงก็ฝากติดตามบทความดีๆในโอกาสต่อไปด้วยครับ 



Tags: ของคาว, ของหวาน, ธรรมชาติ, ธรรมชาติบ้านเรา, ธรรมชาติรังสรรค์, ประโยชน์มากมาย, มัน, มันดี, มันต้ม, มันป่า, มันหายาก, มันอร่อย, มันเผิ่ม, มันเผิ่มกะทิ, มันเพิ่ม, ว่าด้วยเรื่องของมัน, หวานมัน, ออนซอนอีสาน, อาหารการกิน, อาหารบ้านเฮา, อาหารพื้นบ้าน, อาหารอีสาน, อิสาน, อีสาน, อีสานใต้, เพื่อสุขภาพ, แกงปูนาใส่มัน, แกงอ่อมหอยจุ๊บใส่มัน, แซบ, แซบมาก, ได้ประโยชน์
มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

ว่าด้วยเรื่องของมัน ​”เผิ่ม” หรือมันเพิ่ม เป็นมันป่าหายากอีกชนิดหนึ่ง ที่มีหนามแหลมยาวประมาณ 1นิ้วและแข็งมาก สามารถปักทะลุรองเท้าได้เลยทีเดียว ถ้าหากจะเดินผ่านบริเวณที่มีมันชนิดนี้อยู่จึงจำเป็นต้องเดินอย่างระมัดระวังทุกอย่างก้าว ยิ่งกว่าการวางระเบิดกันเลยทีเดียว แต่เนื่องจากมันเผิ่มเริ่มหายากขึ้นในธรรมชาติ ผู้คนจึงเริ่มนิยมนำมาปลูกกันข้างรั้วบ้าน เพื่อไว้ใช้บริโภคกันในครัวเรือน วันนี้ทีมงานอีสานเดลี่จะพาไปดู มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน และไปดูกันว่ามันเผิ่มที่ว่านี้มีลักษณ์พิเศษอย่างไร ทำไมผู้คนถึงนิยมทานกันอยู่ และมันชนิดนี้สามารถนำไปทำเมนูอะไรได้บ้าง เดี๋ยวเราจะพาไปรู้จักันเลย อันดับแรกเลยเราจะมาพูดถึงการปลูกมันชนิดนี้กัน 

“มันเผิ่ม หรือมันเพิ่ม เป็นได้ทั้งอาหารคาว หวาน”

การปลูกมันเผิ่ม

มันเผิ่มรสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

การปลูกมันชนิดนี้อาจจะไม่ได้ยากอย่างที่คิดแค่นำหัวเล็กๆหรือเง้าต้นอ่อนมาฝังไว้ก็เท่านั้นเอง แล้วต้นมันก็จะเจริญเติบโตเอง โดยไม่จำเป็นจะต้องดูแลอะไรมากมาย มันเผิ่มนิยมปลูกกันในช่วงฤดูฝนเพราะจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีและไม่จำเป็นต้องรดน้ำหรือให้ปุ๋ยอะไรเลย เพราะสามารถเจริญเติบโตโดยธรรมชาติ แต่เนื่องจากเป็นมันที่เถาว์ยาวมาก หากปลูกตามโคนต้นไม้เถาว์จะสามารถปกคลุมต้นไม้ทั้งหมด และเนื่องจากมีหนามยาวแหลมคม จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันมากนัก ดังนั้นการปลูกมันเผิ่มจึงจำเป็นต้องวางแผนให้ดีหรือจำเป็นต้องแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนหรือควรทำรั้วกั้น เพราะอาจได้รับอันตรายจาการเหยียบหนามที่แหลมคมได้ 

มันเผิ่มรสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

การขุดมันเผิ่ม

 ในหนึ่งเง้า (กอ) สามารถขุดหัวมันได้ถึง3-10 กิโลกรัมเลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วย ลักษณะของหัวมันจะกลมรี มีรากฝอยรอบหัวมัน (ลักษณะคล้ายๆกลอย) เนื้อด้านในสีขาว มีเมือกเหนียว ลื่นๆ ซึ่งเอกลักษณะเด่นเฉพาะของมันชนิดนี้ ที่ทำให้มันชนิดนี้มีความแตกต่างจากมันขนิดอื่นๆ มันเผิ่มสามารถขึ้นได้ในทุกพื้นที่ แต่จะให้ผลิตดีในดินทาม ( ดินเหนียวปนทราย ) การขุดมันชนิดนี้จำเป็นต้องใจเย็นมากๆ เนื่องจากหัวมันจะซ้อนกันเป็นชั้นๆ จึงจำเป็นต้องค่อยๆ ระมัดระวังในการใช้เสียมงัดแงะไปเรื่อยๆ และหากสับโดนหัวมันแล้วจำเป็นต้องขุดขึ้นมาเลย แต่หากทำการกลบไว้คืนเพื่อจะเอาไว้ขุดในครั้งหน้า หัวมันจะเน่าเสียใน 2-3 วัน เมื่อขุดหัวมันเสร็จแล้วเราสามารถกลบหัวเล็กหรือเหง้าไว้เช่นเดิมเพื่อเป็นต้นพันธุ์ในปีต่อๆไป และหลังจาการขุดแล้วจำเป็นต้องเว้นระยะห่างในการขุดอีกครั้งถึง1 ปีเลยทีเดียว หรือจนกว่าหัวมันจะกลับมาเจริญเติบโตสมบูรณ์อีกครั้ง เพราะฉะนั้นการขุดจะสามารถทำได้ในทุกๆ2 ปีต่อการขุด1 ครั้ง แต่ถ้าหาก 2 ปียังไม่มีการขุดหัวมันก็จะแข็งแกร็นและเน่าสลายไปในที่สุด

มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

นั่นหมายความว่าเราไม่สามารถที่จะขุดหัวมันขึ้นมาทานได้ในทุกๆปี ในช่วงที่เริ่มเข้าฤดูหนาวใบมันจะเริ่มเหลืองและร่วงลงมาหมดต้น เถาว์จะเริ่มแห้งนั่นหมายความว่าเริ่มเข้าฤดูที่เหมาะสมในการขุดหัวมันแล้ว โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงหน้าหนาวเดือนพฤษจิกายนไปจนถึงก่อนฤดูฝนเดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงที่มันจะมีรสชาติดี หวาน หอม กรอบ เหนียว นุ่ม และจะมีเมือกลื่นๆเหนียวๆ ออกมาเยอะมาก  จากนั้นเมื่อเริ่มเข้าฤดูฝนหัวมันจะเริ่มแตกต้นใหม่และเริ่มแข็งแกร็นและเน่าสลายไปในที่สุด เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนเถาว์ใหม่จะเริ่มงอก และแตกใบใหม่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ซึ่งหมายถึงฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว 

การทานหัวมันเผิ่ม

แกงอ่อมหอยขม ใส่เผือก แบบอีสาน

สำหรับการทานหัวมันนั้น ให้นำมาปอกเปลือกล้างน้ำ แล้วหั่นตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำไปนึ่ง ทำเป็นของหวานใส่กะทิหรือนึ่งทานเลยก็ได้เช่นกันแล้วแต่ความชอบ อีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจสำหรับคนอีสานนั่นก็คือการนำมา “แกงใส่กับหอยจูบ” เป็นกับข้าวได้ด้วย เพราะว่าหัวมันมีรสชาติที่หอมหวานอยู่แล้ว หรือจะนำมาแกงใสปูนาแทนเผือกก็อร่อยไม่แพ้กัน เนื่องจากเมือกลื่นของมันชนิดนี้จะทำให้น้ำแกงนั้นเหนียวข้นขึ้น เพิ่มอรรถรสในการทานได้เป็นอย่างดี 

มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน

มันเผิ่ม รสหวาน ที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน พราะไม่สามารถพบเจอตามธรรมชาติเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป เนื่องจาการตัดไม้ทำลายป่า นอกจากนี้ระยะเวลาก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของมันชนิดนี้  ปัจจุบันนี้ผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับมันชนิดนี้น้อยลงไปเรื่อยๆ นอกจากผู้เฒ่าผู้แก่คนสมัยก่อนเท่านั้นที่จะรู้จักและยังทานกันอยู่ ไม่แน่ว่าภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจจะไม่มีมันชนิดนี้ให้ลูกหลานได้รู้จักหรือทานกันอีกแล้ว ยังมีมันป่าจากธรรมชาติอีกมากมายหลากหลายขนิด เช่น มันเสา มันนก มันเดาะ มันมือเสือให้คุณได้ไปลองชิมสัมผัสรสชาติอาหารที่สามารถหาได้ตามธรรมชาติบ้านเรา แหละเป็นเพียงแค่หนึ่งอย่างที่กำลังจะเลือนหายไปตามกาลเวลา ที่เราจะต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้รู้จักถึงการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติและการเรียนรู้ ในการเอาตัวรอดของบรรพบุรุษในสมัยก่อน แล้วนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสังคมในยุคปัจจุบันที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ไว้โอกาสหน้าทีมงานอีสานเดลี่จะพาไปหามันป่าชนิดอื่นมานำเสนอให้แฟนเพจได้รู้จักกันในโอกาสต่อไปนะครับ ยังไงก็ฝากติดตามบทความดีๆในโอกาสต่อไปด้วยครับ 



บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: ของคาว, ของหวาน, ธรรมชาติ, ธรรมชาติบ้านเรา, ธรรมชาติรังสรรค์, ประโยชน์มากมาย, มัน, มันดี, มันต้ม, มันป่า, มันหายาก, มันอร่อย, มันเผิ่ม, มันเผิ่มกะทิ, มันเพิ่ม, ว่าด้วยเรื่องของมัน, หวานมัน, ออนซอนอีสาน, อาหารการกิน, อาหารบ้านเฮา, อาหารพื้นบ้าน, อาหารอีสาน, อิสาน, อีสาน, อีสานใต้, เพื่อสุขภาพ, แกงปูนาใส่มัน, แกงอ่อมหอยจุ๊บใส่มัน, แซบ, แซบมาก, ได้ประโยชน์