ก้อย เห็ดขมยูคา อาหารป่าฟ้าหลังฝน

มนุษย์เราถูกสร้างขึ้นมาให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เรียกได้ว่าอาศัยธรรมชาติในการอยู่รอด เปรียบเสมือนปัจจัย 4 ทั้งที่พักอาศัย อาหารการกิน ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เรียกได้ว่าธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าการใช้ชีวิตที่ออกห่างจากธรรมชาตินั้น อาจจะมีผลเสียต่อร่างกายมนุษย์ ในรูปแบบของโรคร้ายต่างๆ อารมณ์ ความรู้สึก และอาจจะไม่ได้รับความสุขที่แท้จริงเหมือนเมื่อก่อนเนื่องจากธรรมชาติของเรานั้นเริ่มถูกทำลายลงไปในทุกๆวัน เพราะฉะนั้นการอนุรักษ์ธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่ทุกๆคนต้องให้ความสำคัญ จากนั้นธรรมชาติก็จะตอบแทนเราเอง เช่นการใช้ธรรมชาติบำบัด ทำให้จิตใจสงบ เพื่อเป็นการเปิดประสาทสัมผัสเพื่อทำให้เราเข้าใจการอยู่ร่วมกันในธรรมชาติอย่างสงบ เรียกได้ว่าได้รับผลประโยชน์กันทุกฝ่าย ซึ่งอาหารที่ได้จากธรรมชาตินั้นก็มีมากมายหลากหลายชนิด เช่น พืช ผัก ผลไม้ แมลง รวมไปจนถึงเห็ดชนิดต่างๆ ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าเห็ดชนิดไหนสามารถนำมาประกอบอาหารได้บ้าง นั่นคือสิ่งที่เราเรียนรู้กันจากรุ่นสู่รุ่น เห็ดสามารถเกิดขึ้นได้เกือบทุกฤดูกาล หากแต่ต้องอาศัยธรรมชาติช่วยในการเจริญเติบโต นั่นคือฝนนั่นเอง อาจเกิดจากฤดูฝนเอง หรือ พายุฤดูร้อน เมื่อฝนเริ่มตกลงมา ผืนป่าก็เริ่มงอกงาม เขียวชะอุ่ม หลังจากฝนทิ้งช่วงสักสามสี่วัน อากาศจะร้อนอบเอ้า และแล้วก็ได้เวลาที่จะออกล่าเห็ดป่ากัน โดยในช่วงนี้เห็ดที่เริ่มออกดอกก็จะมี เห็ดปลวกหรือเห็ดโคน เห็ดถ่าน เห็ดขอน เห็ดระโงก เห็ดผึ้งแดง เห็ดผึ้งขม หรือ เห็ดขมยูคา เป็นต้น เมนูสุดโปรดสำหรับแอดมิน ก็คือ ก้อย เห็ดขมยูคา แต่ว่าอันดับแรกเราจะพาไปเก็บเห็ดกันก่อนจร้า

เห็ดผึ้งแดง
เห็ดผึ้งแดง

“ เห็ดขม ยูคา ” เมื่อโตเต็มที่จะมีลักษณะของดอกแผ่บานสีน้ำตาลอมเทา ส่วนก้านจะมีสีเทาลักษณะสั้นอวบ สูงจากดิน 2-4 ซม. โดยเราจะสามารถหาได้ตามป่ายูคาลิปตัส เห็ดชนิดนี้จะมีแค่เฉพาะในป่ายูคาเท่านั้น เห็ดชนิดนี้จะมีสีม่วงอ่อนเมื่อเริ่มบานจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล ดอกอ่อนจะมีความขมมากกว่าดอกบาน เนื่องจากมีความแข็งของก้านดอก เมื่อนำไปต้มประกอบอาหารแล้วจะยังคงความกรุ๊บกรอบอยู่ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเก็บเห็ดชนิดนี้คือช่วงเข้าตรู่จะได้ดอกที่ยังไม่บาน และยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วย แต่ละวันจะใช้เวลาช่วงเช้าประมาณ 2-3 ชั่วโมง ล่าสุดราคาขายจะเริ่มต้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท แต่ถ้านำไปต้มแล้วจะขายได้กิโลกรัมละ 150 บาท สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกอบกันเลยที่เดียว

“หวานเป็นลมขมเป็นยา ก้อยเห็ดขมยูคามาแล้วเด้อ”

วันนี้ทีมงานอีสานเดลี่จะพาแฟนเพจเข้าป่าไปหาเห็ดกัน ว่าแล้วก็ไปกันเลย ชุดพร้อม อุปกรณ์พร้อมลุยเลยครับ

ดอกแรกแฮกหมานเห็ดผึ้งขม

เห็ดขม ยูคาที่หาได้ในช่วงเช้าจะได้เห็ดที่มีความสด สวยงามมองดูน่าทาน มากเลยทีเดียว แต่ละปีเห็ดจะออกมากน้อยน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศหรือปริมาณน้ำฝนเอง ก็มีผลต่อปริมาณการออกของเห็ดเช่นกัน หากอนุหภูมิร้อนที่พอเหมาะจะทำให้ดอกเห็ดนั้นสมบูรณ์ตามไปด้วย เราสามารถสังเกตได้จาก ความถี่ของการออกดอกเห็ด บางกลุ่มอาจจะออกดอก ในบริเวณใกล้เคียงกันได้มาก 20  ดอก หรือบางครั้งสามารถเก็บได้เป็นกอๆเลยทีเดียว

เห็ดขมยูคา สดใหม่
สวยงามตามท้องเรื่อง

พอได้ป่นอยู่เบาๆเต็มตระกร้าเลย หลังจากกลับมาจากป่าแล้ว แล้วเราจะทำอะไรกินดี วันนี้ขอเสนอ เมนูเห็ด สุดพิเศษของคนอีสานถ้าได้ทานแล้วหวนคิดฮอดวันเก่าเมื่อครั้งคราวอยู่บ้าน เมนูเห็ดที่ว่านี้ก็คือ “ก้อยเห็ดขม” แบบบ้านๆสไตล์อีสาน ว่าแล้วก็ไปเตรียมวัตถุดิบกันก่อนเลย 

ที่เราต้องเตรียมกันเพื่อทำ ก้อย เห็ดขมยูคา ก็จะมีดังนี้

  • เห็ดขมยูคา 500 กรัม
  • ต้นหอม 2 ต้น
  • หอมแดง 5 หัว
  • ผักชีฝรั่ง 3 ใบ
  • สาระแหน่  3 ยอด
  • ใบมะกรูด 2 ใบ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ทัพพี
  • พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 1 ทัพพี
  • ผงชูรส 1 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ ก้อย เห็ดขมยูคา

  • นำเห็ดขมยูคามาขูดดินออกล้างทำความสะอาด ถ้าดอกใหญ่ก็หั่นให้พอดีคำ จากนั้นนำไปต้มสัก 2 น้ำ หรือถ้าใครไม่ชอบขม ต้ม 3 ครั้งกำลังดี เพื่อลดความขมของเห็ด เคล็ดลับคือการใส่ใบฝรั่ง (ใบบักสีดา 1 กำมือ) ใช้เป็นตัวช่วยในลดความขมของเห็ดได้ ลืมบอกไปต้มประมาณ 10 นาทีเด้อ

เห็ดขมยูคา ต้มเสร็จแล้ว

  • จากนั้นใช้ตะแกรงออกจากน้ำร้อน นำไปน็อคน้ำเย็นเพื่อเพิ่มความกรอบ แล้วกรองออกจากน้ำเย็นพักไว้

กรองเอาน้ำออก

  • ล้างผักแล้วก็หั่นเตรียมไว้สำหรับก้อย จากนั้นก็มาเริ่มก้อยกันเลย นำเห็ดที่ต้มแล้วมาใส่ลงไปในหม้อเตรียมคลุก เริ่มจากใส่ ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำมะนาว ผงนัว หอมแดงซอย น้ำปลาร้าต้มสุก คลุกเคล้าให้เข้ากันชิมรสก่อนถ้าจืดเติมน้ำปลาได้

เพิ่มความหอม ก้อย เห็ดขมยูคา

  • เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้วเพิ่มความหอมด้วย ใบมะกรูด ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่ง สาระแหน่ วิธีการทำจะคล้ายๆการทำลาบแต่ต่างกันที่เราเติมน้ำปลาร้าลงไป เพื่อเพิ่มความนัวและความหอม 

ก้อย เห็ดขมยูคา แซบๆ

เพียงเท่านี้ก้อยเห็ดขมของเราก็พร้อมเสริ์ฟ จะทานเป็นกับข้าวหรือกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่จะบอกว่าการทานเห็ดชนิดนี้แล้วจะขมติดปากไปเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว เนื่องจากเห็ดผึ้งทุกชนิดจะมีเมือกลื่นๆเหนียวๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขมทุกชนิดนะครับ เฉพาะเห็ดผึ้งขมที่กินแล้วไม่ว่าจะกลืนน้ำลายหรือดื่มน้ำก็ไม่ช่วยอะไรเลย555 เพราะฉะนั้นกับแกล้มกับเบียร์เย็นจึงต้องทำใจนิดหนึ่ง แต่รับรองว่าความแซบระดับ 5 ดาวเลยครับ รสชาติแปลกใหม่แต่เร้าใจแน่นอน ว่าแล้วก็ขอตัวไปโซยก้อยเห็ดก่อน แล้วพรุ่งนี้เดี๋ยวจะพาไปหาเห็ดผึ้งแดงกันต่อครับ

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

 

Tags: ของกินพื้นบ้าน, ของดีหายาก, ของอร่อย, ของแปลกแดนอีสาน, ธรรมชาติบ้านเรา, นัว, ประโยชน์มากมาย, ปลาร้าอีสาน, สุขภาพ, หาเห็ด, อร่อยชัวร์, อาหารการกิน, อาหารตามธรรมชาติ, อาหารบ้านเฮา, อาหารพื้นบ้าน, อาหารหายาก, อาหารอีสาน, อิสาน, อีสานใต้, เข้าป่าหาเห็ด, เห็ดขมยูคา, เห็ดตามฤดู, เห็ดธรรมชาติ, เห็ดป่า, เห็ดผึ้ง, เห็ดผึ้งขม, เห็ดหน้าฝน, เห็ดอร่อย, เห็ดอีสาน, แซบ, แซบหลาย, ได้ประโยชน์

ก้อย เห็ดขมยูคา อาหารป่าฟ้าหลังฝน

มนุษย์เราถูกสร้างขึ้นมาให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เรียกได้ว่าอาศัยธรรมชาติในการอยู่รอด เปรียบเสมือนปัจจัย 4 ทั้งที่พักอาศัย อาหารการกิน ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เรียกได้ว่าธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าการใช้ชีวิตที่ออกห่างจากธรรมชาตินั้น อาจจะมีผลเสียต่อร่างกายมนุษย์ ในรูปแบบของโรคร้ายต่างๆ อารมณ์ ความรู้สึก และอาจจะไม่ได้รับความสุขที่แท้จริงเหมือนเมื่อก่อนเนื่องจากธรรมชาติของเรานั้นเริ่มถูกทำลายลงไปในทุกๆวัน เพราะฉะนั้นการอนุรักษ์ธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่ทุกๆคนต้องให้ความสำคัญ จากนั้นธรรมชาติก็จะตอบแทนเราเอง เช่นการใช้ธรรมชาติบำบัด ทำให้จิตใจสงบ เพื่อเป็นการเปิดประสาทสัมผัสเพื่อทำให้เราเข้าใจการอยู่ร่วมกันในธรรมชาติอย่างสงบ เรียกได้ว่าได้รับผลประโยชน์กันทุกฝ่าย ซึ่งอาหารที่ได้จากธรรมชาตินั้นก็มีมากมายหลากหลายชนิด เช่น พืช ผัก ผลไม้ แมลง รวมไปจนถึงเห็ดชนิดต่างๆ ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าเห็ดชนิดไหนสามารถนำมาประกอบอาหารได้บ้าง นั่นคือสิ่งที่เราเรียนรู้กันจากรุ่นสู่รุ่น เห็ดสามารถเกิดขึ้นได้เกือบทุกฤดูกาล หากแต่ต้องอาศัยธรรมชาติช่วยในการเจริญเติบโต นั่นคือฝนนั่นเอง อาจเกิดจากฤดูฝนเอง หรือ พายุฤดูร้อน เมื่อฝนเริ่มตกลงมา ผืนป่าก็เริ่มงอกงาม เขียวชะอุ่ม หลังจากฝนทิ้งช่วงสักสามสี่วัน อากาศจะร้อนอบเอ้า และแล้วก็ได้เวลาที่จะออกล่าเห็ดป่ากัน โดยในช่วงนี้เห็ดที่เริ่มออกดอกก็จะมี เห็ดปลวกหรือเห็ดโคน เห็ดถ่าน เห็ดขอน เห็ดระโงก เห็ดผึ้งแดง เห็ดผึ้งขม หรือ เห็ดขมยูคา เป็นต้น เมนูสุดโปรดสำหรับแอดมิน ก็คือ ก้อย เห็ดขมยูคา แต่ว่าอันดับแรกเราจะพาไปเก็บเห็ดกันก่อนจร้า

เห็ดผึ้งแดง
เห็ดผึ้งแดง

“ เห็ดขม ยูคา ” เมื่อโตเต็มที่จะมีลักษณะของดอกแผ่บานสีน้ำตาลอมเทา ส่วนก้านจะมีสีเทาลักษณะสั้นอวบ สูงจากดิน 2-4 ซม. โดยเราจะสามารถหาได้ตามป่ายูคาลิปตัส เห็ดชนิดนี้จะมีแค่เฉพาะในป่ายูคาเท่านั้น เห็ดชนิดนี้จะมีสีม่วงอ่อนเมื่อเริ่มบานจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล ดอกอ่อนจะมีความขมมากกว่าดอกบาน เนื่องจากมีความแข็งของก้านดอก เมื่อนำไปต้มประกอบอาหารแล้วจะยังคงความกรุ๊บกรอบอยู่ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเก็บเห็ดชนิดนี้คือช่วงเข้าตรู่จะได้ดอกที่ยังไม่บาน และยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วย แต่ละวันจะใช้เวลาช่วงเช้าประมาณ 2-3 ชั่วโมง ล่าสุดราคาขายจะเริ่มต้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท แต่ถ้านำไปต้มแล้วจะขายได้กิโลกรัมละ 150 บาท สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกอบกันเลยที่เดียว

“หวานเป็นลมขมเป็นยา ก้อยเห็ดขมยูคามาแล้วเด้อ”

วันนี้ทีมงานอีสานเดลี่จะพาแฟนเพจเข้าป่าไปหาเห็ดกัน ว่าแล้วก็ไปกันเลย ชุดพร้อม อุปกรณ์พร้อมลุยเลยครับ

ดอกแรกแฮกหมานเห็ดผึ้งขม

เห็ดขม ยูคาที่หาได้ในช่วงเช้าจะได้เห็ดที่มีความสด สวยงามมองดูน่าทาน มากเลยทีเดียว แต่ละปีเห็ดจะออกมากน้อยน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศหรือปริมาณน้ำฝนเอง ก็มีผลต่อปริมาณการออกของเห็ดเช่นกัน หากอนุหภูมิร้อนที่พอเหมาะจะทำให้ดอกเห็ดนั้นสมบูรณ์ตามไปด้วย เราสามารถสังเกตได้จาก ความถี่ของการออกดอกเห็ด บางกลุ่มอาจจะออกดอก ในบริเวณใกล้เคียงกันได้มาก 20  ดอก หรือบางครั้งสามารถเก็บได้เป็นกอๆเลยทีเดียว

เห็ดขมยูคา สดใหม่
สวยงามตามท้องเรื่อง

พอได้ป่นอยู่เบาๆเต็มตระกร้าเลย หลังจากกลับมาจากป่าแล้ว แล้วเราจะทำอะไรกินดี วันนี้ขอเสนอ เมนูเห็ด สุดพิเศษของคนอีสานถ้าได้ทานแล้วหวนคิดฮอดวันเก่าเมื่อครั้งคราวอยู่บ้าน เมนูเห็ดที่ว่านี้ก็คือ “ก้อยเห็ดขม” แบบบ้านๆสไตล์อีสาน ว่าแล้วก็ไปเตรียมวัตถุดิบกันก่อนเลย 

ที่เราต้องเตรียมกันเพื่อทำ ก้อย เห็ดขมยูคา ก็จะมีดังนี้

  • เห็ดขมยูคา 500 กรัม
  • ต้นหอม 2 ต้น
  • หอมแดง 5 หัว
  • ผักชีฝรั่ง 3 ใบ
  • สาระแหน่  3 ยอด
  • ใบมะกรูด 2 ใบ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ทัพพี
  • พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 1 ทัพพี
  • ผงชูรส 1 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ ก้อย เห็ดขมยูคา

  • นำเห็ดขมยูคามาขูดดินออกล้างทำความสะอาด ถ้าดอกใหญ่ก็หั่นให้พอดีคำ จากนั้นนำไปต้มสัก 2 น้ำ หรือถ้าใครไม่ชอบขม ต้ม 3 ครั้งกำลังดี เพื่อลดความขมของเห็ด เคล็ดลับคือการใส่ใบฝรั่ง (ใบบักสีดา 1 กำมือ) ใช้เป็นตัวช่วยในลดความขมของเห็ดได้ ลืมบอกไปต้มประมาณ 10 นาทีเด้อ

เห็ดขมยูคา ต้มเสร็จแล้ว

  • จากนั้นใช้ตะแกรงออกจากน้ำร้อน นำไปน็อคน้ำเย็นเพื่อเพิ่มความกรอบ แล้วกรองออกจากน้ำเย็นพักไว้

กรองเอาน้ำออก

  • ล้างผักแล้วก็หั่นเตรียมไว้สำหรับก้อย จากนั้นก็มาเริ่มก้อยกันเลย นำเห็ดที่ต้มแล้วมาใส่ลงไปในหม้อเตรียมคลุก เริ่มจากใส่ ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำมะนาว ผงนัว หอมแดงซอย น้ำปลาร้าต้มสุก คลุกเคล้าให้เข้ากันชิมรสก่อนถ้าจืดเติมน้ำปลาได้

เพิ่มความหอม ก้อย เห็ดขมยูคา

  • เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้วเพิ่มความหอมด้วย ใบมะกรูด ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่ง สาระแหน่ วิธีการทำจะคล้ายๆการทำลาบแต่ต่างกันที่เราเติมน้ำปลาร้าลงไป เพื่อเพิ่มความนัวและความหอม 

ก้อย เห็ดขมยูคา แซบๆ

เพียงเท่านี้ก้อยเห็ดขมของเราก็พร้อมเสริ์ฟ จะทานเป็นกับข้าวหรือกับแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่จะบอกว่าการทานเห็ดชนิดนี้แล้วจะขมติดปากไปเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว เนื่องจากเห็ดผึ้งทุกชนิดจะมีเมือกลื่นๆเหนียวๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะขมทุกชนิดนะครับ เฉพาะเห็ดผึ้งขมที่กินแล้วไม่ว่าจะกลืนน้ำลายหรือดื่มน้ำก็ไม่ช่วยอะไรเลย555 เพราะฉะนั้นกับแกล้มกับเบียร์เย็นจึงต้องทำใจนิดหนึ่ง แต่รับรองว่าความแซบระดับ 5 ดาวเลยครับ รสชาติแปลกใหม่แต่เร้าใจแน่นอน ว่าแล้วก็ขอตัวไปโซยก้อยเห็ดก่อน แล้วพรุ่งนี้เดี๋ยวจะพาไปหาเห็ดผึ้งแดงกันต่อครับ

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: ของกินพื้นบ้าน, ของดีหายาก, ของอร่อย, ของแปลกแดนอีสาน, ธรรมชาติบ้านเรา, นัว, ประโยชน์มากมาย, ปลาร้าอีสาน, สุขภาพ, หาเห็ด, อร่อยชัวร์, อาหารการกิน, อาหารตามธรรมชาติ, อาหารบ้านเฮา, อาหารพื้นบ้าน, อาหารหายาก, อาหารอีสาน, อิสาน, อีสานใต้, เข้าป่าหาเห็ด, เห็ดขมยูคา, เห็ดตามฤดู, เห็ดธรรมชาติ, เห็ดป่า, เห็ดผึ้ง, เห็ดผึ้งขม, เห็ดหน้าฝน, เห็ดอร่อย, เห็ดอีสาน, แซบ, แซบหลาย, ได้ประโยชน์