การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

เกษตรกรมือใหม่ที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรือเป็นอาชีพหลักในการสร้างรายได้ หรือเกษตรกรมือเก่าที่กำลังอยู่ระหว่างการชั่งใจ ว่าจะเปลี่ยนไปดูวิถีการเกษตรในบริบทอื่นๆ ลองมาดูเรื่องการเลี้ยง “ปลาหมอชุมพร” ของกรมประมง ซึ่งได้แนะนำ ขั้นตอน วิธีการเลี้ยง ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวปลาหมอ เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของไทยที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่ประชาชน ทุกระดับชนชั้นของสังคมไทย นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งแกง ต้ม ทอด ย่าง หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกทั้ง เป็นปลาที่มีความทนทาน ทรหด อดทนสูง เพราะมีอวัยวะพิเศษช่วยหายใจ (labyrinth organ) จึงอาศัยอยู่ได้ในบริเวณที่มีน้ำน้อยๆ หรือที่น้ำชุ่มชื้นได้เป็นเวลานาน จึงง่ายต่อการขนส่งระยะทางไกลๆ และจำหน่ายในรูปปลาสดมีชีวิตได้ ในสมัยก่อนผลผลิตส่วนใหญ่จะได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีการนำมาปรับปรุงสายพันธุ์ให้สามารถเลี้ยงง่ายโตเร็วและทนทานต่อโรค สายพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงและให้ผลผลิตที่ดีได้ แก่ ปลาหมอชุมพร ที่ให้น้ำหนักมาก รสชาติดีเป็นที่ต้องการของตลาด ในวันนี้อีสานเดลี่จะพาแฟนเพจของเรามารู้จัก การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรกัน โดยเราจะมาเริ่มกันที่ละขั้นตอนกันอย่างละเอียดเลย 

“ปลาหมอชุมพรสร้างรายได้ เลี้ยงง่าย โตเร็ว”

การเลี้ยงปลาหมอแน่นอนว่าจะต้องอาศัยการเลียนแบบธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นการเลี้ยงในบ่อดินดจะทำให้ปลาหมอนั้นโตเร็วกว่าการเลี้ยงในบ่อปูนหรือในกระชังแน่นอน ขั้นตอนแรกเราจะมาเริ่มที่การเตรียมบ่อดินกันก่อนเลย           

  • การเตรียมบ่อ

การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

ขนาดบ่อที่ใช้เลี้ยงปลาหมอส่วนใหญ่ขนาดไม่ใหญ่นัก พื้นที่ ประมาณ 1-3 งาน หรือบางแห่งหากเราจะเลี้ยงเป็นอาชีพหลักนิยมเลี้ยงในบ่อขนาด 3-4 ไร่ ความลึกประมาณ 1.5-2.0 เมตร บ่อเก่าจำเป็นจะต้องสูบน้ำให้แห้ง กำจัดศัตรูปลาออกให้หมดโดยเฉพาะปลากินเนื้อ วัชพืชและพันธุ์ไม้น้ำออกให้หมด จากนั้นหว่านปูนขาวประมาณ 150-200 กิโลกรัมต่อไร่ ตากบ่อให้แห้งเป็นระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคและศัตรูปลา  กรณีบ่อใหม่หว่านปูนขาวปริมาณ100 กิโลกรัมต่อไร่ อย่างไรก็ตามปลาหมอไทยไม่ชอบน้ำที่เป็นด่างหรือกระด้างสูง หรือมี pH สูง ซึ่ง pHของน้ำควรอยู่ในช่วง 6.5-8.5 ใช้อวนไนลอนสีฟ้ากั้นรอบบ่อให้สูงประมาณ 90 เซนติเมตร เพื่อป้องกันปลาหลบหนี เมื่อตากบ่อเรียบร้อยแล้วก็สูบน้ำลงบ่อก่อนปล่อยลูกปลาประมาณ 60-100 เซนติเมตร กรองน้ำด้วยอวนมุ้งตาถี่หรืออาจฆ่าเชื้อในน้ำด้วยคลอรีนผง 3 ส่วน หรือ 3 กรัมต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร และทำสีน้ำสร้างห่วงโซ่อาหารธรรมชาติจึงปล่อยลูกปลา จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเข้าบ่อเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จนมีระดับน้ำ 1.5 เมตร และควบคุมระดับน้ำที่ระดับนี้ตลอดไป

  •  การเลือกลูกพันธุ์ปลา

 ขนาดลูกปลาหมอที่เหมาะสมในการปล่อยเลี้ยงบ่อดินมี 2 ขนาดคือ ลูกปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร หรือเรียกว่า “ใบมะขาม” ซึ่งมีอายุ 25-30 วัน และขนาด 2-3 นิ้ว ซึ่งเป็นลูกปลาอายุ 60-75 วัน เกษตรกรที่ไม่มีความชำนาญอาจเลือกลูกปลาขนาด 2-3 นิ้ว ซึ่งราคาเฉลี่ยตัวละ 0.60-1.00 บาทต่อตัวแล้วแต่ราคาตามกลไกของตลาด วิธีนี้จะสามารถจัดการดูแลง่ายและมีอัตราการรอดตายสูง ส่วนลูกปลาขนาดใบมะขามเป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากหาซื้อได้ง่าย ลำเลียงสะดวกและราคาถูก เฉลี่ย 0.30-0.50 บาทต่อตัว หากมีการจัดการบ่อเลี้ยงที่ดีก็สามารถทำให้อัตราการรอดตายและผลผลิตสูงตามมาด้วย

  • อัตราการปล่อยลูกปลาลงเลี้ยง

การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

โดยทั่วไป เกษตรกรนิยมลูกปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร อัตราปล่อย 30-50 ตัวต่อตารางเมตร หรือ 50,000-80,000 ตัวต่อไร่ หากใช้วิธีปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาให้ผสมพันธุ์วางไข่ อนุบาลและเลี้ยงในบ่อเดียวกันดังกล่าวมาแล้วข้างต้น โดยใช้อัตราพ่อแม่พันธุ์ปลา 40-60 คู่ต่อไร่ จะได้ลูกปลาขนาดใบมะขามประมาณ80,000-150,000 ตัว ต่อไร่ ทั้งนี้ความหนาแน่นในการเลี้ยงนี้ขึ้นอยู่กับสมรรถนะในการจัดการฟาร์ม และงบประมาณเงินทุนหมุนเวียนในการบริหารจัดการฟาร์มของเกษตรกรแต่ละรายเป็นสำคัญ 

การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

อย่างไรก็ตามหากมีเป้าหมายต้องการปลาขนาดใหญ่ เกษตรกรจะต้องปล่อยลูกปลาในความหนาแน่นต่ำลงมาประมาณ 20 ตัวต่อตารางเมตรหรือ 32,000 ตัวต่อไร่ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปล่อยพันธุ์ลูกปลาคือ ช่วงเวลาเช้าหรือเย็นและควรปรับอุณหภูมิของน้ำในถุงให้ใกล้เคียงกับน้ำในบ่อก่อน โดยนำถุงลูกปลาแช่น้ำในบ่อเป็นเวลาประมาณ 10-15 นาที เพื่อป้องกันลูกปลาช็อค แล้วเปิดปากถุงค่อยๆ เอาน้ำในบ่อใส่ถุงเพื่อให้ลูกปลาปรับตัวให้เข้ากับน้ำใหม่ให้ได้ก่อนปล่อยออกมาจากถุง    

  • อาหารและการให้อาหาร

 การเลี้ยงปลาหมอแบบยังชีพหรือแบบหัวไร่ปลายนาไม่ว่าในบ่อปลาหลังบ้าน ร่องสวน คันคูน้ำมุมบ่อในนาข้าว นอกจากอาหารตามธรรมชาติแล้ว เกษตรกรนิยมให้อาหารสมทบจำพวกเศษอาหารจากครัวเรือน รำละเอียด ปลาสดสับ ปลวก และการใช้ไฟล่อแมลงกลางคืน ตลอดจนอาหารสำเร็จรูปบางส่วนส่วนการเลี้ยงปลาหมอแบบธุรกิจเชิงพาณิชย์นั้น เน้นการปล่อยเลี้ยงแบบหนาแน่นสูงมาก ปลาหมอนั้นเป็นปลากินเนื้อในช่วงแรกจากลูกปลาขนาดใบมะขามเป็นปลารุ่น (อายุ 1-2 เดือน) ต้องการอาหารที่เป็นโปรตีนสูงมากหลังจากนั้นเมื่ออายุ 2-3 เดือน ต้องการอาหารระดับโปรตีนต่ำ ซึ่งการให้ต้องเดินหว่านอาหารให้รอบบ่อ เป็นวิธีการกระจายอาหารให้ปลาหมอได้รับอาหารในปริมาณที่เพียงและจะทำให้ปลามีขนาดใกล้เคียงกัน

  • ระยะเวลาเลี้ยงและวิธีการจับปลาจำหน่าย

ระยะเวลาเลี้ยงขึ้นอยู่กับขนาดของปลาที่ตลาดต้องการ สภาวะสิ่งแวดล้อมภายในบ่อและสุขภาพปลาทั่วไปใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 90-120 วัน การจำหน่ายผู้เลี้ยงกับแพปลา (พ่อค้าขายส่ง) มักตกลงราคาขายแบบเหมาบ่อ โดยทอดแหสุ่มตัวอย่างปลาแล้วตีราคา ส่วนการจับปลานั้นจะต้องสูบน้ำออกจากบ่อให้เหลือน้อย แล้วจึงตีอวนล้อมจับปลา โดยลากอวนจากขอบบ่อด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งแล้วจึงยกอวนขึ้น ใช้สวิงจับปลาใส่กระชังพักปลาหรือตะกร้าเพื่อคัดขนาดบรรจุปลาในลังไม้ ใช้น้ำสะอาดฉีดพ่นทำความสะอาดตัวปลาซึ่งมักติดคราบโคลนและกลิ่นโคลนดินหลายๆ ครั้ง แล้วสามารถลำเลียงผลผลิตเข้าสู่ตลาดต่อไป

แหละนี่คือ การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน อย่างง่าย ฟังดูแล้วก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย ปลาหมอเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดบ้านเรา ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อแน่น มัน หวานเล็กน้อย ทำให้คนผู้คนนิยมทานปลาชนิดนี้ แถมยังเลี้ยงง่ายหากเกษตรกรทำตามขั้นตอนที่เรากล่าวมาข้างต้นแล้ว เชื่อว่าเราก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน เพียงแค่เราใส่ใจและลงมือทำในสิ่งที่เรารัก แน่นอนว่าความสำเร็จอาจอยู่เพียงแค่เอื้อม หากใครที่กำลังมองหาอาชีพเสริมรายได้อีกทาง การเลี้ยงปลาหมอนับเป็นหนึ่งหนทางที่น่าลอง



Tags: การเลี้ยงสัตว์, ของอร่อย, ของแซบ, ทำอะไรดี, ทำเงิน, บริโภคในครัวเรือน, ประหยัดต้นทุน, ปลา, ปลาหมอ, ปลาหมอชุมพร, ปลาหมอย่างเกลือ, ปลาหมอเทศ, ปลาเผา, มีรายได้, ย่างปลาหมอ, ย่างเกลือ, รสชาติดี, รายได้, รายได้ดี, รายได้เสริม, สร้างรายได้, สัตว์เศรษฐกิจ, อร่อย, อาชีพ, อาชีพหลัก, อาชีพเสริม, อาหาร, เนื้อแน่น, เผาเกลือ, เมนูปลา, แซบ
การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

เกษตรกรมือใหม่ที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรือเป็นอาชีพหลักในการสร้างรายได้ หรือเกษตรกรมือเก่าที่กำลังอยู่ระหว่างการชั่งใจ ว่าจะเปลี่ยนไปดูวิถีการเกษตรในบริบทอื่นๆ ลองมาดูเรื่องการเลี้ยง “ปลาหมอชุมพร” ของกรมประมง ซึ่งได้แนะนำ ขั้นตอน วิธีการเลี้ยง ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวปลาหมอ เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของไทยที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่ประชาชน ทุกระดับชนชั้นของสังคมไทย นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งแกง ต้ม ทอด ย่าง หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกทั้ง เป็นปลาที่มีความทนทาน ทรหด อดทนสูง เพราะมีอวัยวะพิเศษช่วยหายใจ (labyrinth organ) จึงอาศัยอยู่ได้ในบริเวณที่มีน้ำน้อยๆ หรือที่น้ำชุ่มชื้นได้เป็นเวลานาน จึงง่ายต่อการขนส่งระยะทางไกลๆ และจำหน่ายในรูปปลาสดมีชีวิตได้ ในสมัยก่อนผลผลิตส่วนใหญ่จะได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีการนำมาปรับปรุงสายพันธุ์ให้สามารถเลี้ยงง่ายโตเร็วและทนทานต่อโรค สายพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงและให้ผลผลิตที่ดีได้ แก่ ปลาหมอชุมพร ที่ให้น้ำหนักมาก รสชาติดีเป็นที่ต้องการของตลาด ในวันนี้อีสานเดลี่จะพาแฟนเพจของเรามารู้จัก การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรกัน โดยเราจะมาเริ่มกันที่ละขั้นตอนกันอย่างละเอียดเลย 

“ปลาหมอชุมพรสร้างรายได้ เลี้ยงง่าย โตเร็ว”

การเลี้ยงปลาหมอแน่นอนว่าจะต้องอาศัยการเลียนแบบธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นการเลี้ยงในบ่อดินดจะทำให้ปลาหมอนั้นโตเร็วกว่าการเลี้ยงในบ่อปูนหรือในกระชังแน่นอน ขั้นตอนแรกเราจะมาเริ่มที่การเตรียมบ่อดินกันก่อนเลย           

  • การเตรียมบ่อ

การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

ขนาดบ่อที่ใช้เลี้ยงปลาหมอส่วนใหญ่ขนาดไม่ใหญ่นัก พื้นที่ ประมาณ 1-3 งาน หรือบางแห่งหากเราจะเลี้ยงเป็นอาชีพหลักนิยมเลี้ยงในบ่อขนาด 3-4 ไร่ ความลึกประมาณ 1.5-2.0 เมตร บ่อเก่าจำเป็นจะต้องสูบน้ำให้แห้ง กำจัดศัตรูปลาออกให้หมดโดยเฉพาะปลากินเนื้อ วัชพืชและพันธุ์ไม้น้ำออกให้หมด จากนั้นหว่านปูนขาวประมาณ 150-200 กิโลกรัมต่อไร่ ตากบ่อให้แห้งเป็นระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคและศัตรูปลา  กรณีบ่อใหม่หว่านปูนขาวปริมาณ100 กิโลกรัมต่อไร่ อย่างไรก็ตามปลาหมอไทยไม่ชอบน้ำที่เป็นด่างหรือกระด้างสูง หรือมี pH สูง ซึ่ง pHของน้ำควรอยู่ในช่วง 6.5-8.5 ใช้อวนไนลอนสีฟ้ากั้นรอบบ่อให้สูงประมาณ 90 เซนติเมตร เพื่อป้องกันปลาหลบหนี เมื่อตากบ่อเรียบร้อยแล้วก็สูบน้ำลงบ่อก่อนปล่อยลูกปลาประมาณ 60-100 เซนติเมตร กรองน้ำด้วยอวนมุ้งตาถี่หรืออาจฆ่าเชื้อในน้ำด้วยคลอรีนผง 3 ส่วน หรือ 3 กรัมต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร และทำสีน้ำสร้างห่วงโซ่อาหารธรรมชาติจึงปล่อยลูกปลา จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเข้าบ่อเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จนมีระดับน้ำ 1.5 เมตร และควบคุมระดับน้ำที่ระดับนี้ตลอดไป

  •  การเลือกลูกพันธุ์ปลา

 ขนาดลูกปลาหมอที่เหมาะสมในการปล่อยเลี้ยงบ่อดินมี 2 ขนาดคือ ลูกปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร หรือเรียกว่า “ใบมะขาม” ซึ่งมีอายุ 25-30 วัน และขนาด 2-3 นิ้ว ซึ่งเป็นลูกปลาอายุ 60-75 วัน เกษตรกรที่ไม่มีความชำนาญอาจเลือกลูกปลาขนาด 2-3 นิ้ว ซึ่งราคาเฉลี่ยตัวละ 0.60-1.00 บาทต่อตัวแล้วแต่ราคาตามกลไกของตลาด วิธีนี้จะสามารถจัดการดูแลง่ายและมีอัตราการรอดตายสูง ส่วนลูกปลาขนาดใบมะขามเป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากหาซื้อได้ง่าย ลำเลียงสะดวกและราคาถูก เฉลี่ย 0.30-0.50 บาทต่อตัว หากมีการจัดการบ่อเลี้ยงที่ดีก็สามารถทำให้อัตราการรอดตายและผลผลิตสูงตามมาด้วย

  • อัตราการปล่อยลูกปลาลงเลี้ยง

การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

โดยทั่วไป เกษตรกรนิยมลูกปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร อัตราปล่อย 30-50 ตัวต่อตารางเมตร หรือ 50,000-80,000 ตัวต่อไร่ หากใช้วิธีปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาให้ผสมพันธุ์วางไข่ อนุบาลและเลี้ยงในบ่อเดียวกันดังกล่าวมาแล้วข้างต้น โดยใช้อัตราพ่อแม่พันธุ์ปลา 40-60 คู่ต่อไร่ จะได้ลูกปลาขนาดใบมะขามประมาณ80,000-150,000 ตัว ต่อไร่ ทั้งนี้ความหนาแน่นในการเลี้ยงนี้ขึ้นอยู่กับสมรรถนะในการจัดการฟาร์ม และงบประมาณเงินทุนหมุนเวียนในการบริหารจัดการฟาร์มของเกษตรกรแต่ละรายเป็นสำคัญ 

การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน

อย่างไรก็ตามหากมีเป้าหมายต้องการปลาขนาดใหญ่ เกษตรกรจะต้องปล่อยลูกปลาในความหนาแน่นต่ำลงมาประมาณ 20 ตัวต่อตารางเมตรหรือ 32,000 ตัวต่อไร่ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปล่อยพันธุ์ลูกปลาคือ ช่วงเวลาเช้าหรือเย็นและควรปรับอุณหภูมิของน้ำในถุงให้ใกล้เคียงกับน้ำในบ่อก่อน โดยนำถุงลูกปลาแช่น้ำในบ่อเป็นเวลาประมาณ 10-15 นาที เพื่อป้องกันลูกปลาช็อค แล้วเปิดปากถุงค่อยๆ เอาน้ำในบ่อใส่ถุงเพื่อให้ลูกปลาปรับตัวให้เข้ากับน้ำใหม่ให้ได้ก่อนปล่อยออกมาจากถุง    

  • อาหารและการให้อาหาร

 การเลี้ยงปลาหมอแบบยังชีพหรือแบบหัวไร่ปลายนาไม่ว่าในบ่อปลาหลังบ้าน ร่องสวน คันคูน้ำมุมบ่อในนาข้าว นอกจากอาหารตามธรรมชาติแล้ว เกษตรกรนิยมให้อาหารสมทบจำพวกเศษอาหารจากครัวเรือน รำละเอียด ปลาสดสับ ปลวก และการใช้ไฟล่อแมลงกลางคืน ตลอดจนอาหารสำเร็จรูปบางส่วนส่วนการเลี้ยงปลาหมอแบบธุรกิจเชิงพาณิชย์นั้น เน้นการปล่อยเลี้ยงแบบหนาแน่นสูงมาก ปลาหมอนั้นเป็นปลากินเนื้อในช่วงแรกจากลูกปลาขนาดใบมะขามเป็นปลารุ่น (อายุ 1-2 เดือน) ต้องการอาหารที่เป็นโปรตีนสูงมากหลังจากนั้นเมื่ออายุ 2-3 เดือน ต้องการอาหารระดับโปรตีนต่ำ ซึ่งการให้ต้องเดินหว่านอาหารให้รอบบ่อ เป็นวิธีการกระจายอาหารให้ปลาหมอได้รับอาหารในปริมาณที่เพียงและจะทำให้ปลามีขนาดใกล้เคียงกัน

  • ระยะเวลาเลี้ยงและวิธีการจับปลาจำหน่าย

ระยะเวลาเลี้ยงขึ้นอยู่กับขนาดของปลาที่ตลาดต้องการ สภาวะสิ่งแวดล้อมภายในบ่อและสุขภาพปลาทั่วไปใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 90-120 วัน การจำหน่ายผู้เลี้ยงกับแพปลา (พ่อค้าขายส่ง) มักตกลงราคาขายแบบเหมาบ่อ โดยทอดแหสุ่มตัวอย่างปลาแล้วตีราคา ส่วนการจับปลานั้นจะต้องสูบน้ำออกจากบ่อให้เหลือน้อย แล้วจึงตีอวนล้อมจับปลา โดยลากอวนจากขอบบ่อด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งแล้วจึงยกอวนขึ้น ใช้สวิงจับปลาใส่กระชังพักปลาหรือตะกร้าเพื่อคัดขนาดบรรจุปลาในลังไม้ ใช้น้ำสะอาดฉีดพ่นทำความสะอาดตัวปลาซึ่งมักติดคราบโคลนและกลิ่นโคลนดินหลายๆ ครั้ง แล้วสามารถลำเลียงผลผลิตเข้าสู่ตลาดต่อไป

แหละนี่คือ การเลี้ยง ปลาหมอชุมพร ในบ่อดิน อย่างง่าย ฟังดูแล้วก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย ปลาหมอเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดบ้านเรา ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อแน่น มัน หวานเล็กน้อย ทำให้คนผู้คนนิยมทานปลาชนิดนี้ แถมยังเลี้ยงง่ายหากเกษตรกรทำตามขั้นตอนที่เรากล่าวมาข้างต้นแล้ว เชื่อว่าเราก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน เพียงแค่เราใส่ใจและลงมือทำในสิ่งที่เรารัก แน่นอนว่าความสำเร็จอาจอยู่เพียงแค่เอื้อม หากใครที่กำลังมองหาอาชีพเสริมรายได้อีกทาง การเลี้ยงปลาหมอนับเป็นหนึ่งหนทางที่น่าลอง



บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: การเลี้ยงสัตว์, ของอร่อย, ของแซบ, ทำอะไรดี, ทำเงิน, บริโภคในครัวเรือน, ประหยัดต้นทุน, ปลา, ปลาหมอ, ปลาหมอชุมพร, ปลาหมอย่างเกลือ, ปลาหมอเทศ, ปลาเผา, มีรายได้, ย่างปลาหมอ, ย่างเกลือ, รสชาติดี, รายได้, รายได้ดี, รายได้เสริม, สร้างรายได้, สัตว์เศรษฐกิจ, อร่อย, อาชีพ, อาชีพหลัก, อาชีพเสริม, อาหาร, เนื้อแน่น, เผาเกลือ, เมนูปลา, แซบ