การเลี้ยง นกกระทา สัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ตัวใหม่

วิวัฒนาการโลกของเราในปัจจุบันไม่เคยหยุดนิ่งและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆวัน ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ ซึ่งก็ไม่ต่างกับพฤติกรรมการบริโภคของผู้คน แน่นอนว่าจะต้องมีปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยเช่นกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ จึงต้องมีการผลผลิตคิดค้นวิวัฒนาการใหม่ๆ ขึ้นมา ปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ทันกับกลไกการตลาดที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในทุกๆวัน จนทำให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ วันนี้ทีมงานอีสานเดลี่จึงอยากนำเสนออีกหนึ่งอาชีพในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร นั่นก็คือ การเลี้ยง นกกระทา ว่าแต่วิธีการเลี้ยงจะยากง่ายแค่ไหน เราไปดูกันเลย

“การเลี้ยง นกกระทา เลี้ยงง่ายให้ผลผลิตสูง”

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสัตว์เศรษฐกิจชนิดกันก่อนเลย นกกระทา นั้นกระจายพันธุ์ไปในทุกทวีป นกกระทานำนิยมเลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อและไข่เป็นอาหาร เมื่อก่อนเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง คือ นกกะทาญี่ปุ่น และต่อมาได้มีการพัฒนาสายพันธุ์มาเลี้ยงเพื่อการค้า เพื่อบริโภคเนื้อและไข่ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันที่เลี้ยงในประเทศไทย

 การเลี้ยงนกกระทาใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น เลี้ยงง่าย โตเร็ว มีประสทธิภาพในการผลิตสูง และใช้พื้น ที่ในการเลี้ยงน้อยให้ผลตอบแทนเร็วทําให้สามารถเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมและสามารถขยายกิจการเป็นอาชีพหลักได้ เกษตรกรจะต้องมีโรงเรือนและการเลี้ยงนกท่ีเหมาะสมและปลอดภัยจากศัตรูที่จะมารบกวนนก มีแรงงานสําหรับการเลี้ยงอย่างเพียงพอ และต้องหาแหล่งรับซื้อท้ังไข่นกและนกเนื้อ หรือมีตลาดท่ีรองรับชัดเจน 

ไข่ นกกระทา

  • พันธ์ุนก

อย่างที่เอ่ยมาข้างต้น พันธ์ุนกกระทาที่นิยมเลี้ยงเพื่อกาค้า คือ นกกระทาญี่ปุ่นซึ่งจะมีลักษณะสีเปลือกไข่เป็นลายประ ควรเลือกซื้อจากฟาร์มที่เช่ือถือได้ ไม่เคยมีโรคระบาดมาก่อนในฟาร์มมาก่อน เพื่อลดการสูญเสียในอนาคต

  • การเตรียมโรงเรือนและอุปกรณ์

โรงเรือนที่ใช้มีลักษณะคล้ายกับโรงเรือนในการเลี้ยงไก่ และต้องง่ายต่อการบริหารจัดการและเน้นเรื่องความสะอาด อากาศ ถ่ายเทได้สะดวก และจะต้องปลอดภัยจากศัตรูที่จะมารบกวนนก ภายในโรงเรือนจะประกอบไปด้วยกรงเลี้ยงนกสําหรับลูกนกขนาดอายุ 1-20 วัน เป็นกรงอนุบาลลูกนก กรงเลี้ยงจะต้องมีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร และสงู 0.5 เมตร จะสามารถอนุบาลลูกนกได้ 250-300 ตัว นกระยะนี้ควรมีอุปกรณ์ให้น้ําสําหรับลูกนก แคบและตื้นเพราะนกยังเล็ก 

เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกนกตกลงไปในน้ำเพื่อลดการสูญเสียนั่นเอง ภาชนะให้อาหารก็ควร เป็นถาดแบนๆ ขอบต้องสูงไม่เกิน 1 เซนติเมตร และมีไฟสำหรับให้ความอบอุ่นสำหรับลูกนกในเวลากลางคืน สําหรับการเลี้ยงนกกระทาที่โตแล้ว ใช้กรงขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร และสูง 0.5 เมตร อัตราการเลี้ยงจะอยู่ที่ 50-75 ตัวต่อกรง แยกถาดอาหารและน้ำไว้ด้านข้างกรงเพื่อให้นกยื่นคอออกมากินอาหาร กรงจะต้องลาดเอียงเล็กน้อย เมื่อนกให้ไข่ ไขัไหลออกมาด้านนอกกรง ซึ่งง่ายต่อการบริหารจัดการ ทำให้กรงนกสะอาด เก็บไข่ได้ง่าย ลดการสูญเสียจากการเหยียบไข่แตก

การเลี้ยง นกกระทา

ลูก นกกระทา

เมื่อได้ลูกนกมาแล้วขั้นตอนต่อมาคืออนุบาลลูกนก การเลี้ยงนกกระทาในช่วงแรกเกิดถึงอายุ 15 วัน ควรมีการกกไฟให้ความอบอุ่น หากอากาศหนาว ควรกกลูกนกไปถึง 3 สัปดาห์ ในการเลี้ยงจะต้องมีน้ําและอาหารใส่ภาชนะให้กินตลอดเวลา  หมั่นทำความสะอาดรางน้ำและรางอาหารบ่อย เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคระบาด

อาหารที่ใช้จะเป็นอาหารสําเร็จรูปท่ีมีขายตามท้องตลาด หรือใช้หัวอาหารผสมกับวัตถุดิบท่ีมีในท้องถิ่นหรือใช้วัตถุดิบหลายๆ ชนิดมาผสมกันเพื่อลดต้นทุนการผลิต แต่อาหารท่ีให้จะต้องมีโภชนาการครบถ้วนตามที่นกในแต่ละระยะต้องการ ควรจะต้องคัดแยกนกเพศผู้เพศเมียมาเลี้ยงแยกกัน เพื่อประโยชน์ที่แตกต่างกันไป นกตัวผู้และนกตัวเมียที่มีลักษณะไม่ดีจะเลี้ยงเป็นนกขุนจำหน่ายเป็นเนื้อ เมื่อนกเริ่มมีอายุได้ 1 เดือน ส่วนนกตัวเมียที่สมบูรณ์ดีจะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายไข่ นกเพศเมียเมื่ออายุประมาณ 42-45 วัน นกจะเริ่มออกไข่ และนกกระทาตัวเมียจะให้ไข่นานประมาณ 11 เดือนหรือ ให้ไข่ประมาณ 250-300 ฟองต่อปีต่อตัว 

การควบคุมและป้องกันโรคระบาดใน นกกระทา

การเลี้ยง นกกระทา ที่โตเต็มวัย

เกษตรกรจะต้องวางแผนและมีการบริหารจัดการที่ดี ในการป้องกันโรคระบาด และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เราจะใช้วิธีการจัดการด้านสุขาภิบาลโรงเรือนท่ีดีเป็นหลัก หมั่นฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณโดยรอบโรงเรือน และระมัดระวังอย่าให้นกเครียดในช่วงที่กำลังเปลี่ยนถ่ายฤดู เนื่องจากจะเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงและจะต้องวางโปรแกรมการให้วัคซีนให้ครบถ้วน 

การคำนวนต้นทุนและผลตอบแทนที่เกษตรกรจะได้รับต่อ การเลี้ยง นกกระทา ในหนึ่งรอบ

สําหรับการเลี้ยงนกกระทา จํานวน 2,000 ตัวต่อรุ่น

  1. ต้นทุนในการเลี้ยงนกกระทา

กรงที่ใช้ใน การเลี้ยง นกกระทา

ต้นทุนที่จะต้องยอมรับในการลงทุนในครั้งแรกอาจจะสูงหน่อยเนื่องจาก เราจะต้องสร้างโรงเรือน ซื้ออุปกรณ์ ค่าพันธุ์นก เนื่องจากนกกระทาเป็นนกที่ไม่สามารถฟักไข่เองได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยตู้ฟักในการฟักไข่ เกษตรกรจะต้องมีตู้ฟักไข่เพื่อให้มีลูกนกเลี้ยงในรุ่นต่อไป หรือเกษตรกรบางรายอาจหาซื้อลูกนกจากฟาร์มที่น่าเชื่อถือมาเลี้ยงก็ได้เช่นกัน หากไม่มีความชำนาญในการฟักไข่

ค่าอาหาร เวชภัณฑ์ ยารักษาโรค วิตามินและแร่ธาตุเสริมต่างๆ เฉลี่ยแล้วประมาณ 160,000-170,000 บาท ต้นทุนที่ลงทุนไปในรอบแรกนี้จะเริ่มลดลงไปเรื่อยๆ เมื่อเราเริ่มเลี้ยงในรุ่นต่อๆไป เพราะเราสร้างแค่ครั้งเดียวใช้เลี้ยงได้อีกหลายๆรุ่นเลย ทั้งนี้ต้นทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพราคาปัจจัยการผลิต และราคา รับซื้อของตลาดในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลา รวมท้ังขนาดการผลิตด้วย

  1. ผลตอบแทนที่เกษตรกรจะได้รับ

ในการเลี้ยงนก 1 รุ่นจะได้จากการจําหน่ายนกกระทาเพศผู้ จําหน่ายไข่ จําหน่ายนกกระทาปลดระวาง และมูลนกกระทา โดยรวมแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 170,000-175,000 บาท/รุ่น การเลี้ยงนกกระทานั้นเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว ฉะนั้นก่อนตัดสินใจเลี้ยง เกษตรกรจะต้องศึกษาหาข้อมูล หาตลาดรองรับที่แน่นอน และรายละเอียดที่แน่ชัดเสียก่อน เป็นยังไงบ้างครับกับการเลี้ยงนกกระทาเพื่อการค้า เกษตรกรสามารถเลี้ยง เพื่อบริโภคภายในครัวก็ได้เช่นกัน เพียงแค่รัก ใส่ใจ ให้เวลา ผลออกมาดีแน่นอนครับ

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

 

Tags: การเลี้ยงสัตว์, ทำอะไรดี, ทำเงิน, นกกระทา, รายได้, รายได้เสริม, สร้างรายได้, สัตว์เศรษฐกิจ, อาชีพ, อาชีพหลัก, อาชีพเสริม, อาหาร, ไข่นก, ไข่นกกระทา

การเลี้ยง นกกระทา สัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ตัวใหม่

วิวัฒนาการโลกของเราในปัจจุบันไม่เคยหยุดนิ่งและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆวัน ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ ซึ่งก็ไม่ต่างกับพฤติกรรมการบริโภคของผู้คน แน่นอนว่าจะต้องมีปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยเช่นกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ จึงต้องมีการผลผลิตคิดค้นวิวัฒนาการใหม่ๆ ขึ้นมา ปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ทันกับกลไกการตลาดที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในทุกๆวัน จนทำให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ วันนี้ทีมงานอีสานเดลี่จึงอยากนำเสนออีกหนึ่งอาชีพในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร นั่นก็คือ การเลี้ยง นกกระทา ว่าแต่วิธีการเลี้ยงจะยากง่ายแค่ไหน เราไปดูกันเลย

“การเลี้ยง นกกระทา เลี้ยงง่ายให้ผลผลิตสูง”

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสัตว์เศรษฐกิจชนิดกันก่อนเลย นกกระทา นั้นกระจายพันธุ์ไปในทุกทวีป นกกระทานำนิยมเลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อและไข่เป็นอาหาร เมื่อก่อนเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง คือ นกกะทาญี่ปุ่น และต่อมาได้มีการพัฒนาสายพันธุ์มาเลี้ยงเพื่อการค้า เพื่อบริโภคเนื้อและไข่ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันที่เลี้ยงในประเทศไทย

 การเลี้ยงนกกระทาใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น เลี้ยงง่าย โตเร็ว มีประสทธิภาพในการผลิตสูง และใช้พื้น ที่ในการเลี้ยงน้อยให้ผลตอบแทนเร็วทําให้สามารถเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมและสามารถขยายกิจการเป็นอาชีพหลักได้ เกษตรกรจะต้องมีโรงเรือนและการเลี้ยงนกท่ีเหมาะสมและปลอดภัยจากศัตรูที่จะมารบกวนนก มีแรงงานสําหรับการเลี้ยงอย่างเพียงพอ และต้องหาแหล่งรับซื้อท้ังไข่นกและนกเนื้อ หรือมีตลาดท่ีรองรับชัดเจน 

ไข่ นกกระทา

  • พันธ์ุนก

อย่างที่เอ่ยมาข้างต้น พันธ์ุนกกระทาที่นิยมเลี้ยงเพื่อกาค้า คือ นกกระทาญี่ปุ่นซึ่งจะมีลักษณะสีเปลือกไข่เป็นลายประ ควรเลือกซื้อจากฟาร์มที่เช่ือถือได้ ไม่เคยมีโรคระบาดมาก่อนในฟาร์มมาก่อน เพื่อลดการสูญเสียในอนาคต

  • การเตรียมโรงเรือนและอุปกรณ์

โรงเรือนที่ใช้มีลักษณะคล้ายกับโรงเรือนในการเลี้ยงไก่ และต้องง่ายต่อการบริหารจัดการและเน้นเรื่องความสะอาด อากาศ ถ่ายเทได้สะดวก และจะต้องปลอดภัยจากศัตรูที่จะมารบกวนนก ภายในโรงเรือนจะประกอบไปด้วยกรงเลี้ยงนกสําหรับลูกนกขนาดอายุ 1-20 วัน เป็นกรงอนุบาลลูกนก กรงเลี้ยงจะต้องมีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร และสงู 0.5 เมตร จะสามารถอนุบาลลูกนกได้ 250-300 ตัว นกระยะนี้ควรมีอุปกรณ์ให้น้ําสําหรับลูกนก แคบและตื้นเพราะนกยังเล็ก 

เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกนกตกลงไปในน้ำเพื่อลดการสูญเสียนั่นเอง ภาชนะให้อาหารก็ควร เป็นถาดแบนๆ ขอบต้องสูงไม่เกิน 1 เซนติเมตร และมีไฟสำหรับให้ความอบอุ่นสำหรับลูกนกในเวลากลางคืน สําหรับการเลี้ยงนกกระทาที่โตแล้ว ใช้กรงขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร และสูง 0.5 เมตร อัตราการเลี้ยงจะอยู่ที่ 50-75 ตัวต่อกรง แยกถาดอาหารและน้ำไว้ด้านข้างกรงเพื่อให้นกยื่นคอออกมากินอาหาร กรงจะต้องลาดเอียงเล็กน้อย เมื่อนกให้ไข่ ไขัไหลออกมาด้านนอกกรง ซึ่งง่ายต่อการบริหารจัดการ ทำให้กรงนกสะอาด เก็บไข่ได้ง่าย ลดการสูญเสียจากการเหยียบไข่แตก

การเลี้ยง นกกระทา

ลูก นกกระทา

เมื่อได้ลูกนกมาแล้วขั้นตอนต่อมาคืออนุบาลลูกนก การเลี้ยงนกกระทาในช่วงแรกเกิดถึงอายุ 15 วัน ควรมีการกกไฟให้ความอบอุ่น หากอากาศหนาว ควรกกลูกนกไปถึง 3 สัปดาห์ ในการเลี้ยงจะต้องมีน้ําและอาหารใส่ภาชนะให้กินตลอดเวลา  หมั่นทำความสะอาดรางน้ำและรางอาหารบ่อย เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคระบาด

อาหารที่ใช้จะเป็นอาหารสําเร็จรูปท่ีมีขายตามท้องตลาด หรือใช้หัวอาหารผสมกับวัตถุดิบท่ีมีในท้องถิ่นหรือใช้วัตถุดิบหลายๆ ชนิดมาผสมกันเพื่อลดต้นทุนการผลิต แต่อาหารท่ีให้จะต้องมีโภชนาการครบถ้วนตามที่นกในแต่ละระยะต้องการ ควรจะต้องคัดแยกนกเพศผู้เพศเมียมาเลี้ยงแยกกัน เพื่อประโยชน์ที่แตกต่างกันไป นกตัวผู้และนกตัวเมียที่มีลักษณะไม่ดีจะเลี้ยงเป็นนกขุนจำหน่ายเป็นเนื้อ เมื่อนกเริ่มมีอายุได้ 1 เดือน ส่วนนกตัวเมียที่สมบูรณ์ดีจะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายไข่ นกเพศเมียเมื่ออายุประมาณ 42-45 วัน นกจะเริ่มออกไข่ และนกกระทาตัวเมียจะให้ไข่นานประมาณ 11 เดือนหรือ ให้ไข่ประมาณ 250-300 ฟองต่อปีต่อตัว 

การควบคุมและป้องกันโรคระบาดใน นกกระทา

การเลี้ยง นกกระทา ที่โตเต็มวัย

เกษตรกรจะต้องวางแผนและมีการบริหารจัดการที่ดี ในการป้องกันโรคระบาด และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เราจะใช้วิธีการจัดการด้านสุขาภิบาลโรงเรือนท่ีดีเป็นหลัก หมั่นฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณโดยรอบโรงเรือน และระมัดระวังอย่าให้นกเครียดในช่วงที่กำลังเปลี่ยนถ่ายฤดู เนื่องจากจะเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงและจะต้องวางโปรแกรมการให้วัคซีนให้ครบถ้วน 

การคำนวนต้นทุนและผลตอบแทนที่เกษตรกรจะได้รับต่อ การเลี้ยง นกกระทา ในหนึ่งรอบ

สําหรับการเลี้ยงนกกระทา จํานวน 2,000 ตัวต่อรุ่น

  1. ต้นทุนในการเลี้ยงนกกระทา

กรงที่ใช้ใน การเลี้ยง นกกระทา

ต้นทุนที่จะต้องยอมรับในการลงทุนในครั้งแรกอาจจะสูงหน่อยเนื่องจาก เราจะต้องสร้างโรงเรือน ซื้ออุปกรณ์ ค่าพันธุ์นก เนื่องจากนกกระทาเป็นนกที่ไม่สามารถฟักไข่เองได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยตู้ฟักในการฟักไข่ เกษตรกรจะต้องมีตู้ฟักไข่เพื่อให้มีลูกนกเลี้ยงในรุ่นต่อไป หรือเกษตรกรบางรายอาจหาซื้อลูกนกจากฟาร์มที่น่าเชื่อถือมาเลี้ยงก็ได้เช่นกัน หากไม่มีความชำนาญในการฟักไข่

ค่าอาหาร เวชภัณฑ์ ยารักษาโรค วิตามินและแร่ธาตุเสริมต่างๆ เฉลี่ยแล้วประมาณ 160,000-170,000 บาท ต้นทุนที่ลงทุนไปในรอบแรกนี้จะเริ่มลดลงไปเรื่อยๆ เมื่อเราเริ่มเลี้ยงในรุ่นต่อๆไป เพราะเราสร้างแค่ครั้งเดียวใช้เลี้ยงได้อีกหลายๆรุ่นเลย ทั้งนี้ต้นทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพราคาปัจจัยการผลิต และราคา รับซื้อของตลาดในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลา รวมท้ังขนาดการผลิตด้วย

  1. ผลตอบแทนที่เกษตรกรจะได้รับ

ในการเลี้ยงนก 1 รุ่นจะได้จากการจําหน่ายนกกระทาเพศผู้ จําหน่ายไข่ จําหน่ายนกกระทาปลดระวาง และมูลนกกระทา โดยรวมแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 170,000-175,000 บาท/รุ่น การเลี้ยงนกกระทานั้นเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว ฉะนั้นก่อนตัดสินใจเลี้ยง เกษตรกรจะต้องศึกษาหาข้อมูล หาตลาดรองรับที่แน่นอน และรายละเอียดที่แน่ชัดเสียก่อน เป็นยังไงบ้างครับกับการเลี้ยงนกกระทาเพื่อการค้า เกษตรกรสามารถเลี้ยง เพื่อบริโภคภายในครัวก็ได้เช่นกัน เพียงแค่รัก ใส่ใจ ให้เวลา ผลออกมาดีแน่นอนครับ

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: การเลี้ยงสัตว์, ทำอะไรดี, ทำเงิน, นกกระทา, รายได้, รายได้เสริม, สร้างรายได้, สัตว์เศรษฐกิจ, อาชีพ, อาชีพหลัก, อาชีพเสริม, อาหาร, ไข่นก, ไข่นกกระทา