การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย ไม่กี่ขั้นตอน

ตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่รู้จักกันในชื่อ อีสาน หากเราพูดถึงภาคอีสานสิ่งแรกๆที่เราจะนึกถึงคงหนีไม่พ้นปลาร้า​หรือที่อีสานเรียกว่าปลาแดก​ ปลาร้าจึงถือเป็นหัวใจหลักของชาวอีสานเลยก็ว่าได้​ โดยทุกครอบครัวจะมีเครื่องปรุงชนิดนี้อยู่คู่ครัวไม่ว่าจะ ส้มตำ​ แกงเปอระ แกงอ่อม น้ำพริก ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ปลาร้าเป็นส่วนประกอบกันทั้งนั้น​ การทำปลาร้านั้นเกิดจากการถนอมอาหารอย่างหนึ่งโดยการหมักไว้เป็นอาหารนอกฤดูกาล เพราะว่าจะมีปลาชุกชุมในช่วงฤดูน้ำหลากหรือฤดูฝนเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นการยืดอายุการเก็บรักษาปลาโดยการใช้เกลือเป็นหัวใจสำคัญในการถนอมอาหาร วันนี้อีสานเดลี่จึงนำเคล็ดลับ​ดีๆใน การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย มาฝากกัน​ การทำปลาร้าไม่ได้ยากอย่างที่คิด​เลย เดี๋ยวเราไปดูอุปกรณ์และวิธีการทำกันเลย

การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย

“ปลาแดกหรือปลาร้าเครื่องปรุงอาหารอีสานที่ยากจะหาอะไรมาทดแทน”

อันดับแรกคือการเลือกปลาที่จะใช้ทำปลาร้า​ จะต้องเป็นปลาสดใหม่​จะดีมาก​ ส่วนใหญ่ปลาที่นิยมนำมาทำปลาร้าจะเป็นปลากระดี่, ปลาหมอ, ปลาช่อน, ปลาดุก,​ ปลานิล​ หรือจะเลือกใช้ปลาอื่นตามความชอบมาทำก็สามารถทำได้หมด​ แต่ต้องเน้นสดๆ​ เท่านั้นเพื่อรสชาติ​ที่กลมกล่อม

การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย

วัสดุอุปกรณ์และเครื่องปรุง​ในการทำ การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย ก็ไม่มีอะไรมาก

การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่ายมีด​สำหรับหั่น

ปลาที่สามารถหาได้

เกลือ​ 200​ กรัมต่อปลา​ 1 กิโลกรัม​

ข้าวคั่ว 200 กรัมต่อปลา 1 กิโลกรัม (ใช้หลังจากหมักบ่มไปได้ 1 สัปดาห์)

น้ำกระเทียมดอง 1 ถ้วยตวง (ใช้หลังจากหมักบ่มไปได้ 1 สัปดาห์)

ขวดโหลที่มีฝาปิดมิดชิดสำหรับหมัก​ (สมัยก่อนอาจใช้ไหในการหมักบ่ม)

ขั้นตอนการทำ การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย ไม่ยุ่งยากอะไรมากมายเลย

  • อันดับแรกนำปลามาขอดเกล็ด​ควักใส้ออกให้หมด​ หากเป็นปลาหมอหรือปลากระดี่ตัวเล็กๆ​สามารถตัดส่วนหัวทิ้งไปได้เลย หากเป็น​ปลาตัวใหญ่ก็สามารถหั่นตามขวางเป็นแว่นๆหนาประมาณ1 นิ้ว​
  •  จากนั้นล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย​ อาจจำเป็นต้องล้างอย่างน้อยประมาณ2 ครั้งเพื่อล้างสิ่งที่อาจจะปนเปื้อนมากับปลา
  • ใส่เกลือลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้ว​ ใส่ลงไปในขวดโหลปิดฝาให้สนิท​ หมักไว้ประมาณ​1สัปดาห์​
  • ผ่านไป 1สัปดาห์ก็นำออกมาคลุกกับข้าวคั่ว( บางที่ใช้ข้าวเปลือกคั่วตำหยาบๆหรือรำอ่อนก็ได้เช่นกันแล้วแต่สะดวก)
  • เติมรำข้าวลงไปจะช่วยเร่งให้ปลาร้าเป็นเร็ว สีออกแดงและจะมีกลิ่นหอมมากขึ้น(อีสานเรียกว่าปลาแดกต่วง)จากนั้นใส่น้ำกระเทียมดองเพื่อเพิ่มความกลมและสามารถลดความเค็มของเกลือลงได้ แล้วปลาร้าของเราจะได้มีน้ำเยอะๆไว้สำหรับทำส้มตำได้ด้วย
  • จากนั้นเมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้วใส่กลับเข้าไปในโหลแล้วปิดฝาไว้เหมือนเดิมหมักต่ออีก3สัปดาห์​ก็จะได้ปลาร้าที่แสนอร่อยไว้ทานกันแล้วหละครับ

หากต้องการให้ปลาร้ามีความเข้มข้นมากขึ้นเราสามารถหมักบ่มได้เป็นปีเลยทีเดียวยิ่งนานวันปลาร้าของเราก็จะได้รสชาตินัวมากยิ่งขึ้นไปอีก กลิ่นจะหอมหวนยั่วยวนเอาไว้ปรุงอาหารกันแล้ว​ ปลาร้าสามารถเก็บไว้ใช้ได้เป็นปีโดยที่ไม่ต้องแช่ตู้เย็น​กันเลยทีเดียว​ และเพื่อให้ถูกสุขลักษณะก่อนการนำมาปรุงอาหารควรต้มสุก​ก่อนเพื่อความสะอาดปลอดภัย​ก่อนนะจ๊ะ​ เห็นไหมละครับว่าการทำปลาร้าไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย แค่เราใส่ใจทำอะไรก็อร่อยแล้ว

การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย

หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่ขาดปล้าร้าไม่ได้เลยคือส้มตำปูลาร้าที่รสชาติแซบร้อนแรง ทานคู่กับข้าวเหนียวแล้วอืม..อร่อยจนไม่อยากวางมือเลยทีเดียว

ข้าวเหนียว

ปล. หากต้องการป้องกันหนอนแมลงวันสามารถใช้สับปะรดหั่นทั้งเปลือกใส่ลงไปในโหลหมักได้เลย แถมยังเพิ่มรสชาติกลมกล่อมได้อีกด้วย (เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน)

สัปปะรด เพิ่มความกลมกล่อม

 

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

Tags: การถนอมอาหาร, การทำปลาร้าอีสาน, การทำปลาอย่างง่าย, การหมักปลาร้า, ตำนานปลาร้า, ปลาน้ำจืด, ปลาร้า, ปลาร้าข้าวคั่ว, ปลาร้าต่วง, ปลาร้าปรุงสำเร็จ, ปลาร้าปลาน้ำจืด, ปลาร้ารำช้าว, ปลาร้าสูตรเด็ด, ปลาร้าหมัก, ปลาร้าอย่างง่าย, ปลาร้าอร่อย, ปลาร้าอีสาน, ปลาร้าเข้มข้น, ปลาแดก, วิธีการทำปลาร้า, สูตรปลาร้า, หัวใจหลักในเครื่องปรุงอีสาน, อาหาร, อาหารการกิน, อีสาน, เครื่องปรุงอีสาน, เคล็ดลับการทำปลาร้า

การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย ไม่กี่ขั้นตอน

ตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่รู้จักกันในชื่อ อีสาน หากเราพูดถึงภาคอีสานสิ่งแรกๆที่เราจะนึกถึงคงหนีไม่พ้นปลาร้า​หรือที่อีสานเรียกว่าปลาแดก​ ปลาร้าจึงถือเป็นหัวใจหลักของชาวอีสานเลยก็ว่าได้​ โดยทุกครอบครัวจะมีเครื่องปรุงชนิดนี้อยู่คู่ครัวไม่ว่าจะ ส้มตำ​ แกงเปอระ แกงอ่อม น้ำพริก ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ปลาร้าเป็นส่วนประกอบกันทั้งนั้น​ การทำปลาร้านั้นเกิดจากการถนอมอาหารอย่างหนึ่งโดยการหมักไว้เป็นอาหารนอกฤดูกาล เพราะว่าจะมีปลาชุกชุมในช่วงฤดูน้ำหลากหรือฤดูฝนเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นการยืดอายุการเก็บรักษาปลาโดยการใช้เกลือเป็นหัวใจสำคัญในการถนอมอาหาร วันนี้อีสานเดลี่จึงนำเคล็ดลับ​ดีๆใน การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย มาฝากกัน​ การทำปลาร้าไม่ได้ยากอย่างที่คิด​เลย เดี๋ยวเราไปดูอุปกรณ์และวิธีการทำกันเลย

การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย

“ปลาแดกหรือปลาร้าเครื่องปรุงอาหารอีสานที่ยากจะหาอะไรมาทดแทน”

อันดับแรกคือการเลือกปลาที่จะใช้ทำปลาร้า​ จะต้องเป็นปลาสดใหม่​จะดีมาก​ ส่วนใหญ่ปลาที่นิยมนำมาทำปลาร้าจะเป็นปลากระดี่, ปลาหมอ, ปลาช่อน, ปลาดุก,​ ปลานิล​ หรือจะเลือกใช้ปลาอื่นตามความชอบมาทำก็สามารถทำได้หมด​ แต่ต้องเน้นสดๆ​ เท่านั้นเพื่อรสชาติ​ที่กลมกล่อม

การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย

วัสดุอุปกรณ์และเครื่องปรุง​ในการทำ การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย ก็ไม่มีอะไรมาก

การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่ายมีด​สำหรับหั่น

ปลาที่สามารถหาได้

เกลือ​ 200​ กรัมต่อปลา​ 1 กิโลกรัม​

ข้าวคั่ว 200 กรัมต่อปลา 1 กิโลกรัม (ใช้หลังจากหมักบ่มไปได้ 1 สัปดาห์)

น้ำกระเทียมดอง 1 ถ้วยตวง (ใช้หลังจากหมักบ่มไปได้ 1 สัปดาห์)

ขวดโหลที่มีฝาปิดมิดชิดสำหรับหมัก​ (สมัยก่อนอาจใช้ไหในการหมักบ่ม)

ขั้นตอนการทำ การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย ไม่ยุ่งยากอะไรมากมายเลย

  • อันดับแรกนำปลามาขอดเกล็ด​ควักใส้ออกให้หมด​ หากเป็นปลาหมอหรือปลากระดี่ตัวเล็กๆ​สามารถตัดส่วนหัวทิ้งไปได้เลย หากเป็น​ปลาตัวใหญ่ก็สามารถหั่นตามขวางเป็นแว่นๆหนาประมาณ1 นิ้ว​
  •  จากนั้นล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย​ อาจจำเป็นต้องล้างอย่างน้อยประมาณ2 ครั้งเพื่อล้างสิ่งที่อาจจะปนเปื้อนมากับปลา
  • ใส่เกลือลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้ว​ ใส่ลงไปในขวดโหลปิดฝาให้สนิท​ หมักไว้ประมาณ​1สัปดาห์​
  • ผ่านไป 1สัปดาห์ก็นำออกมาคลุกกับข้าวคั่ว( บางที่ใช้ข้าวเปลือกคั่วตำหยาบๆหรือรำอ่อนก็ได้เช่นกันแล้วแต่สะดวก)
  • เติมรำข้าวลงไปจะช่วยเร่งให้ปลาร้าเป็นเร็ว สีออกแดงและจะมีกลิ่นหอมมากขึ้น(อีสานเรียกว่าปลาแดกต่วง)จากนั้นใส่น้ำกระเทียมดองเพื่อเพิ่มความกลมและสามารถลดความเค็มของเกลือลงได้ แล้วปลาร้าของเราจะได้มีน้ำเยอะๆไว้สำหรับทำส้มตำได้ด้วย
  • จากนั้นเมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้วใส่กลับเข้าไปในโหลแล้วปิดฝาไว้เหมือนเดิมหมักต่ออีก3สัปดาห์​ก็จะได้ปลาร้าที่แสนอร่อยไว้ทานกันแล้วหละครับ

หากต้องการให้ปลาร้ามีความเข้มข้นมากขึ้นเราสามารถหมักบ่มได้เป็นปีเลยทีเดียวยิ่งนานวันปลาร้าของเราก็จะได้รสชาตินัวมากยิ่งขึ้นไปอีก กลิ่นจะหอมหวนยั่วยวนเอาไว้ปรุงอาหารกันแล้ว​ ปลาร้าสามารถเก็บไว้ใช้ได้เป็นปีโดยที่ไม่ต้องแช่ตู้เย็น​กันเลยทีเดียว​ และเพื่อให้ถูกสุขลักษณะก่อนการนำมาปรุงอาหารควรต้มสุก​ก่อนเพื่อความสะอาดปลอดภัย​ก่อนนะจ๊ะ​ เห็นไหมละครับว่าการทำปลาร้าไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย แค่เราใส่ใจทำอะไรก็อร่อยแล้ว

การทำปลาร้า แบบฉบับอีสาน อย่างง่าย

หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่ขาดปล้าร้าไม่ได้เลยคือส้มตำปูลาร้าที่รสชาติแซบร้อนแรง ทานคู่กับข้าวเหนียวแล้วอืม..อร่อยจนไม่อยากวางมือเลยทีเดียว

ข้าวเหนียว

ปล. หากต้องการป้องกันหนอนแมลงวันสามารถใช้สับปะรดหั่นทั้งเปลือกใส่ลงไปในโหลหมักได้เลย แถมยังเพิ่มรสชาติกลมกล่อมได้อีกด้วย (เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน)

สัปปะรด เพิ่มความกลมกล่อม

 

ฝากติดตามบทความดีๆของทีมงานอีสานเดลี่หรือหากมีข้อสงสัยสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกับเราได้ทางคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags: การถนอมอาหาร, การทำปลาร้าอีสาน, การทำปลาอย่างง่าย, การหมักปลาร้า, ตำนานปลาร้า, ปลาน้ำจืด, ปลาร้า, ปลาร้าข้าวคั่ว, ปลาร้าต่วง, ปลาร้าปรุงสำเร็จ, ปลาร้าปลาน้ำจืด, ปลาร้ารำช้าว, ปลาร้าสูตรเด็ด, ปลาร้าหมัก, ปลาร้าอย่างง่าย, ปลาร้าอร่อย, ปลาร้าอีสาน, ปลาร้าเข้มข้น, ปลาแดก, วิธีการทำปลาร้า, สูตรปลาร้า, หัวใจหลักในเครื่องปรุงอีสาน, อาหาร, อาหารการกิน, อีสาน, เครื่องปรุงอีสาน, เคล็ดลับการทำปลาร้า